นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

       คณะกรรมการบริษัทฯ ได้ส่งเสริมสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการที่ดีในทุกระดับขององค์กร และได้มีการปรับปรุง ส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิผล ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและมีความโปร่งใส คณะกรรมการบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นและเชื่อมั่นว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความโปร่งใส มีประสิทธิผลจะส่งผลให้ผลการปฏิบัติงานของบริษัทฯ ดีขึ้นและเป็นประโยชน์สูงสุดกับผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในระยะยาวโดยทั่วกัน จึงได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ดังนี้

  1. ดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี (Good Corporate Governance) โปร่งใส ตรวจสอบได้
  2. กำกับดูแลให้คณะกรรมการบริษัทฯ ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทและความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. ปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย อีกทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
  4. จัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอ ดูแลให้มีมาตรการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมและติดตามทวนสอบอย่างสม่ำเสมอ
  5. จัดให้มีคู่มือจรรยาบรรณบริษัท พร้อมทั้งมีการแจ้งให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกคนถือปฏิบัติ


 
การสรรหากรรมการ

       คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่สรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามกฎหมายว่าด้วย     
      หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับคุณสมบัติที่บริษัทฯ กำหนด และเสนอให้ที่ประชุม     
      คณะกรรมการบริษัทฯ และ/หรือ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาแต่งตั้ง (แล้วแต่กรณี) ตามข้อบังคับของบริษัทฯ โดยคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบได้ทำการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจากช่องทางดังนี้

  • การเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอเรื่องเพื่อบรรจุเป็นวาระการประชุมและเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทฯ ล่วงหน้าก่อนการประชุมสามัญประจำปีเป็นประจำทุกปี โดยระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2567 สำหรับการประชุมสามัญประจำปี 2568 โดยแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเว็บไซต์ของบริษัทฯ ซึ่งการให้สิทธิของผู้ถือหุ้นรายย่อยหรือผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในการเสนอชื่อบุลคลเข้าดำรงแต่งตั้งกรรมการของบริษัทฯ บริษัทฯ ได้กำหนดหลักเกณฑ์เบื้องต้นว่าผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ต้องการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการพิจารณาคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ จะต้องเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ โดยอาจเป็นผู้ถือหุ้นรายเดียวหรือหลายรายรวมกันถือหุ้นหรือสิทธิออกเสียงนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ (ไม่น้อยกว่า 31,637,633 หุ้น) เพื่อเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับพิจารณาเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการได้เพียงหนึ่งท่าน และเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ที่ถือหุ้นอยู่ในวันที่เสนอวาระ โดยการลงคะแนนเสียงในการแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการจะถือตามเสียงข้างมากในการออกเสียง ไม่ได้ใช้ระบบ Cumulative Voting
  • รายชื่อบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการแนะนำจากผู้บริหาร กรรมการ และบุคคลภายนอกที่มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงรายชื่อจากฐานข้อมูลกรรมการ (Director Pool) ของ IOD
  • เปิดโอกาสให้กรรมการแต่ละท่านเสนอชื่อบุคคลที่พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นผู้ที่เหมาะสม     

       คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะทำการพิจารณาทบทวนประเมินทักษะและคุณลักษณะของกรรมการ (Skill and Characteristic) และองค์ประกอบโดยรวมของคณะกรรมการบริษัทฯ ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และทิศทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และจัดทำเป็นตาราง Board Sill Matrix เพื่อพิจารณาทักษะที่จำเป็นซึ่งยังขาดอยู่ในคณะกรรมการบริษัทฯ รวมถึงพิจารณาถึงความหลากหลาย ทั้งในด้านของทักษะวิชาชีพ ความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ประสบการณ์ ความเป็นอิสระ และความ สามารถอื่นๆ โดยไม่จำกัดอายุ เพศ หรือ เชื้อชาติของกรรมการ     

       กระบวนการแต่งตั้ง      

  1. กรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเนื่องจากถึงคราวพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเนื่องจากถึงคราวพ้นจากตำแหน่งตามวาระ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะพิจารณาสรรหาและคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นกรรมการ เพื่อเสนอความเห็นต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ และเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติเลือกตั้งต่อไป กรณีที่เสนอให้กรรมการท่านเดิมกลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการต่ออีกวาระหนึ่ง คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน จะพิจารณาปัจจัยต่างๆ รวมถึงผลการปฏบัติงาน ประวัติการเข้าร่วมประชุมและการมีส่วนร่วมในการประชุม และหากเป็นกรรมการอิสระจะพิจารณาถึงการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระในการประชุมด้วย

       หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการมีวิธีการดังต่อไปนี้

  • การเสนอชื่อบุคคลให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้งเป็นกรรมการแทนกรรมการที่ครบกำหนดออกตามวาระ โดยคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะเป็นผู้สรรหาเพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาก่อนเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น
  • ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง
  • ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะต้องใช้คะแนนเสียงที่มีอยู่ทั้งหมดเลือกตั้งบุคคลคนเดียวหรือหลายคนเป็นกรรมการก็ได้ แต่จะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้

  1. กรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเนื่องจากสาเหตุอื่นนอกจากถึงคราวพ้นจากตำแหน่ง

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะเป็นผู้สรรหาผู้ทรงคุณวุฒิที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นกรรมการ เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งเป็นกรรมการเพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง และบุคคลซึ่งเข้าเป็นกรรมการแทนจะอยู่ในตำแหน่งกรรมการได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน ทั้งนี้มติการแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการแทนดังกล่าวต้องรับคะแนนเสียงข้างมากของมติที่ประชุม เว้นแต่วาระของกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งนั้นเหลือน้อยกว่า 2 เดือนซึ่งจะต้องเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเป็นผู้พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลง


การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ

       บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายค่าตอบแทนกรรมการไว้อย่างชัดเจนและโปร่งใส โดยคณะกรรมการบริษัทฯ ได้พิจารณากลั่นกรองถึงความเหมาะสมของค่าตอบแทนกรรมการอย่างละเอียด โดยเปรียบเทียบอ้างอิงจากอุตสาหกรรมประเภทเดียวกันและอยู่ในระดับเหมาะสมและสูงเพียงพอที่จะดึงดูดและรักษากรรมการที่มีคุณสมบัติที่ต้องการ และพิจารณาตามภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย กรรมการที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่และความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้นจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงพิจารณาจากผลประกอบการของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ มิได้จ่ายผลประโยชน์อื่นใดให้แก่กรรมการ นอกเหนือจากค่าเบี้ยประชุมกรรมการและโบนัสกรรมการเท่านั้น โดยนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณากลั่นกรองแล้วจะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการต่อไป

       โดยที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 มีมติอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการประจำปี 2568 และ อนุมัติเงินโบนัสให้แก่กรรมการ ประจำปี 2568 ดังนี้

  1. กำหนดค่าเบี้ยประชุมกรรมการ ประจำปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องด้วยคณะกรรมการชุดย่อยได้รับมอบหมายงานและภาระหน้าที่ ที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ค่าเบี้ยประชุมจะมีผลตั้งแต่วันที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติและให้ใช้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

       หมายเหตุ เครื่องหมาย ** หลังตัวเลขคือค่าเบี้ยประชุมที่ปรับเพิ่มขึ้น

 ค่าเบี้ยประชุม

บาท/คน/ครั้ง ที่มาประชุม

ตำแหน่ง

ปี 2568

ปี 2567

ปี 2566

คณะกรรมการบริษัท

 

ประธาน

40,000

40,000**

30,000

กรรมการ

30,000

30,000**

25,000

คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง

 

ประธาน

35,000**

30,000

30,000

กรรมการ

30,000**

25,000

25,000

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

 

ประธาน

30,000**

25,000

25,000

กรรมการ

25,000**

20,000

20,000

คณะกรรมการบริหาร

ประธาน

35,000**

30,000

30,000

กรรมการ

30,000**

25,000

25,000

คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและพัฒนาความยั่งยืน

ประธาน

30,000**

25,000

25,000

กรรมการ

25,000**

20,000

20,000


  1. ค่าตอบแทนกรรมการรายเดือน ประจำปี 2568 : ไม่มีค่าตอบแทนกรรมการรายเดือน ซึ่งเทียบเท่ากับปีก่อน

รายละเอียด

ปี 2568

ปี 2567

ปี 2566

ค่าตอบแทนกรรมการรายเดือน

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี


  1. ค่าตอบแทนผลประโยชน์อื่นหรือสิทธิประโยชน์อื่นที่ไม่เป็นตัวเงิน ประจำปี 2568 : ไม่มีค่าตอบแทนผลประโยชน์อื่นหรือสิทธิประโยชน์อื่นที่ไม่เป็นตัวเงิน ซึ่งเทียบเท่ากับปีก่อน

รายละเอียด

ปี 2568

ปี 2567

ปี 2566

ค่าตอบแทนผลประโยชน์อื่น
หรือสิทธิประโยชน์อื่นที่ไม่เป็นตัวเงิน

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี


  1. กำหนดเงินโบนัสให้แก่กรรมการประจำปี 2568 ในวงเงินไม่เกิน 5,000,000 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2567 จำนวน 500,000 บาท เนื่องด้วยกรรมการมีความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น โดยมอบหมายให้ประธานคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาจัดสรรตามความเหมาะสม

รายละเอียด

ปี 2568

ปี 2567

ปี 2566

เงินโบนัสกรรมการ

5,000,000 บาท

4,500,000 บาท

4,500,000 บาท


 ความเป็นอิสระของคณะกรรมการจากฝ่ายจัดการ

  1. การแต่งตั้งกรรมการบริษัทฯ เป็นไปตามข้อบังคับของบริษัทฯ โดยคณะกรรมการบริษัทฯ ประกอบด้วยกรรมการทั้งหมด 10 ท่าน แบ่งเป็น
    • กรรมการผู้ชาย 10 ท่าน
    • กรรมการผู้หญิง -ไม่มี-
    • กรรมการที่เป็นอิสระ 4 ท่าน คิดเป็นร้อยละ 40 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ
    • กรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร 5 ท่าน คิดเป็นร้อยละ 50 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ
    • กรรมการที่เป็นผู้บริหาร 1 ท่าน คิดเป็นร้อยละ 10 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ
  1. กรรมการทุกท่านที่ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทฯ ได้เข้าร่วมการปฐมนิเทศกรรมการเข้าใหม่ รวมถึงการรับทราบถึงข้อมูลลักษณะการประกอบธุรกิจ เป้าหมายการประกอบธุรกิจ และบทบาทหน้าที่ของกรรมการ ตั้งแต่วันที่เริ่มเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นนโยบายที่บริษัทฯ ได้กำหนดไว้สำหรับกรรมการผู้ที่เข้ารับดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัทฯ ปี 2568 ไม่มีกรรมการเข้าใหม่ จึงไม่มีการจัดการปฐมนิเทศกรรมการเข้าใหม่ รวมถึงการรับทราบถึงข้อมูลลักษณะการประกอบธุรกิจ เป้าหมายการประกอบธุรกิจ และบทบาทหน้าที่ของกรรมการ
  1. จำนวนกรรมการอิสระของบริษัทฯ มีจำนวน 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ ทั้งนี้ กรรมการอิสระมีความเป็นอิสระจากฝ่ายบริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ปี 2568 มีจำนวนกรรมการอิสระ 4 ท่าน จากจำนวนกรรมการทั้งคณะ 10 ท่าน
  1. ประธานกรรมการบริษัทฯ ไม่เป็นบุคคลเดียวกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปี 2568 ผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทฯ คือ นายชูศักดิ์ ปรัชญางค์ปรีชา กรรมการ และ ผู้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คือ นายกฤษฏ์พงศ์ ตากวิริยะนันท์
  1. เพื่อเป็นการแบ่งแยกหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการกำกับดูแลและการบริหารงานประจำ บริษัทฯ มีการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารในแต่ละระดับไว้อย่างชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษรตามคู่มืออำนาจดำเนินการ บริษัทฯ มีการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบออกจากกันโดยเด็ดขาดระหว่างการอนุมัติ การบันทึกรายการทางบัญชีและการดูแลทรัพย์สินเพื่อเป็นการตรวจสอบซึ่งกันและกันได้ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่ากรรมการดังกล่าวได้มีการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้น และมีการถ่วงดุลกันอย่างเหมาะสม
  1. คณะกรรมการบริษัทฯ มีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัทฯ ตลอดจนมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ
  1. กรรมการบริษัทฯ มีวาระการดำรงตำแหน่งที่แน่นอน ซึ่งตามข้อบังคับของบริษัทฯ กำหนดไว้ว่า ในการประชุมสามัญประจำปีทุกครั้ง กรรมการจะต้องออกจากตำแหน่งอย่างน้อยจำนวนหนึ่งในสาม (1/3) โดยอัตรา ถ้าจำนวนกรรมการจะแบ่งออกให้เป็นสามส่วนไม่ได้ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้เคียงที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม (1/3) โดยให้กรรมการที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง

       ปี 2568 มีกรรมการ 3 ท่าน ครบวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการ ได้แก่

  • นายนพพร พิชา กรรมการอิสระ รองประธานคณะกรรมการบริษัทฯ ประธานกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
  • นายถกล ถวิลเติมทรัพย์ กรรมการ รองประธานคณะกรรมการบริษัทฯ และ ประธานคณะกรรมการบริหาร
  • นายทรงฤทธิ์ นิวัติศัยวงศ์ กรรมการ และ กรรมการบรรษัทภิบาลและพัฒนาความยั่งยืน

       โดยที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ปี 2568 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 มีมติอนุมัติเลือกกรรมการทั้งสามท่านกลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทต่ออีกวาระหนึ่ง

  1. กรรมการของบริษัทฯ เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ มีศักยภาพ และได้ผ่านหลักสูตรการอบรมการเป็นกรรมการ ตามหลักสูตร Directors Certification Program (DCP) หรือ Directors Accreditation Program (DAP) ของสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยกรรมการบริษัทฯ เข้าร่วมในการฝึกอบรมหลักสูตรที่จัดขึ้นสำหรับกรรมการจำนวน 7 ท่าน จากกรรมการ 10 ท่าน คิดเป็นร้อยละ 70 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ ดังนี้
  • นายชูศักดิ์ ปรัชญางค์ปรีชา ประกาศนียบัตรหลักสูตร DCP รุ่น 18/2002
  • นายถกล ถวิลเติมทรัพย์ ประกาศนียบัตรหลักสูตร DCP รุ่น 32/2003
  • นายกิตติ ฉัตรเลขวนิช ประกาศนียบัตรหลักสูตร DCP รุ่น 4/2000
  • นายการุญ นันทิลีพงศ์ ประกาศนียบัตรหลักสูตร DCP รุ่น 9/2001
  • นายทรงฤทธิ์ นิวัติศัยวงศ์ ประกาศนียบัตรหลักสูตร DCP รุ่น 15/2002
  • นายนพพร พิชา ประกาศนียบัตรหลักสูตร DAP รุ่น 2003
  • ดร. อภิชัย บุญธีรวร ประกาศนียบัตรหลักสูตร DAP รุ่น 17/2004 และ ประกาศนียบัตรหลักสูตร DCP รุ่น 53/2005
  • นายประกอบ วิวิธจินดา -ยังไม่ได้เข้ารับการอบรม-
  • นายสุพพัต อ่องแสงคุณ -ยังไม่ได้เข้ารับการอบรม-
  • นายรชฎ ถวิลเติมทรัพย์ -ยังไม่ได้เข้ารับการอบรม-
  1. คณะกรรมการบริษัทฯ มีภาวะผู้นำ มีวิสัยทัศน์ และมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นโดยรวม คณะกรรมการได้มีส่วนร่วมในการกำหนดและให้ความเห็นชอบในเรื่องวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ เป้าหมาย โดยคณะจัดการจะนำเสนอเพื่อให้คณะกรรมการบริษัทฯ ทบทวนทุกๆ 1-3 ปี หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางธุรกิจหรือสถานการณ์เศรษฐกิจ ปี 2568 ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 คณะกรรมการบริษัทฯ ได้ร่วมพิจารณาทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยังคงมีความเห็นให้คงเดิม
  1. ในส่วนแผนงานและงบประมาณ บริษัทฯ มีแผนปฏิบัติและมีการติดตามผลการปฏิบัติตามแผนงาน และงบประมาณของบริษัทฯ ทุกไตรมาส และมีการปรับปรุงเป้าหมาย แผนงาน และงบประมาณของบริษัทฯ ทุกปี โดยคณะจัดการจะนำเสนอให้คณะกรรมการบริหารพิจารณาทุกปีตามกรอบคู่มืออำนาจดำเนินการและนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณา ทั้งนี้หากมีแผนงานหรืองบประมาณเพิ่มเติมที่เกินกว่าอำนาจดำเนินการอนุมัติของคณะกรรมการบริหาร ตามที่ได้กำหนดไว้ จะต้องนำเสนอคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อพิจารณาต่อไป และคณะกรรมการบริษัทฯ จะกำกับดูแลให้คณะจัดการดำเนินการให้เป็นไปตามแผนงานและงบประมาณที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ปี 2568 คณะจัดการได้มีการประชุมติดตามงบประมาณและแผนงานเป็นรายไตรมาส จำนวน 4 ครั้ง เพื่อให้ทุกหน่วยงานชี้แจงความคืบหน้าของงบประมาณและแผนงาน รวมถึงเหตุผลที่ไม่สามารถทำได้ตามแผนงาน เพื่อนำเสนอรายงานต่อคณะกรรมการบริหารทราบ และ คณะจัดการได้นำเสนองบประมาณแผนงานประจำปี 2569 ให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพิจารณา เมื่อเดือนตุลาคม 2568 และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาอนุมัติในเดือนพฤศจิกายน 2568
  1. คณะกรรมการและคณะจัดการมีความรับผิดชอบตามหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้น มีระบบการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะจัดการ ซึ่งได้มีการกำหนดอำนาจดำเนินการอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน
  1. เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การทำรายการหรือธุรกรรมระหว่างบริษัทฯ กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการค้าโดยทั่วไป รายการทั้งหมดจะกระทำอย่างยุติธรรมตามราคาตลาดและเป็นไปตามปกติธุรกิจการค้า หรือเป็นธุรกรรมที่เป็นข้อตกลงทางการค้าในลักษณะเดียวกับที่วิญญูชนจะพึงกระทำกับคู่สัญญาทั่วไปในสถานการณ์เดียวกัน ด้วยอำนาจต่อรองทางการค้าที่ปราศจากอิทธิพลจากการมีสถานะเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง (แล้วแต่กรณี) ภายใต้เงื่อนไขที่สมเหตุสมผล สามารถตรวจสอบได้ ไม่ก่อให้เกิดการถ่ายเทผลประโยชน์ อีกทั้งคณะกรรมการได้ดูแลอย่างรอบคอบหากเกิดรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงจะได้รับทราบถึงรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และรายการที่เกี่ยวโยงกัน เพื่อพิจารณาตามความเหมาะสมอย่างรอบคอบ และให้มีการปฏิบัติตามหลัก เกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยราคาและเงื่อนไขให้กระทำเสมือนทำรายการกับบุคคลภายนอก กระทำอย่างยุติธรรมตามราคาตลาดและเป็นไปตามปกติธุรกิจการค้า และจะต้องเปิดเผยรายละเอียด มูลค่ารายการ คู่สัญญา เหตุผล/ความจำเป็น ไว้ในรายงานประจำปี ตลอดจนต้องเปิดเผยไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ในหัวข้อรายการบัญชีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกันด้วย
  1. ได้กำหนดนโยบายให้กรรมการบริษัทฯ และผู้บริหารแจ้งเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯอย่างน้อย 1 วันล่วงหน้าก่อนทำการซื้อขายให้คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงทราบโดยผ่านเลขานุการบริษัท รวมถึงนำส่งแบบรายงานการมีส่วนได้เสียให้แก่เลขานุการบริษัททุก 6 เดือน และเลขานุการบริษัทจะต้องส่งสำเนารายงานการมีส่วนได้ส่วนเสียนี้ให้ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงทราบ และกำหนดให้กรรมการและผู้บริหาร มีหน้าที่รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการ กลต. พร้อมทั้งแจ้งให้เลขานุการบริษัททราบเพื่อจัดทำบันทึกการเปลี่ยนแปลงและสรุปจำนวนหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหารเป็นรายบุคคล เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทฯ ทราบในการประชุมครั้งถัดไป
  1. คณะกรรมการบริษัทฯ ได้จัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่ครอบคลุมทุกด้านทั้งด้านการเงิน การปฏิบัติงาน การดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง และการบริหารความเสี่ยง และจัดให้มีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการปกป้องรักษาและดูแลเงินทุนของผู้ถือหุ้นและสินทรัพย์ของบริษัทฯ อยู่เสมอ จัดให้มีการกำหนดลำดับขั้นของอำนาจอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรในคู่มืออำนาจดำเนินการ และความรับผิดชอบของผู้บริหารและพนักงาน กำหนดระเบียบการปฏิบัติงานอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร มีสำนักตรวจสอบภายในทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานให้เป็นไปตามระเบียบที่วางไว้ รวมทั้งประเมินประสิทธิภาพและความเพียงพอของการควบคุมภายใน ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงดูแลให้สำนักตรวจสอบภายในมีความเป็นอิสระ สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบได้อย่างเต็มที่ และให้รายงานตรงต่อกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงเป็นประจำทุกไตรมาส
  1. คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารกำหนดแผนพัฒนาผู้บริหารระดับสูงและแผนสืบทอดผู้บริหารระดับสูง (Succession Plan) และประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูงเป็นประจำทุกปี และมอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนพิจารณากำหนดระบบพิจารณาค่าตอบแทนแก่ผู้บริหารระดับสูงที่เหมาะสม ที่สอดคล้องกับผลการดำเนินงานและเพื่อก่อให้เกิดแรงจูงใจในการทำงาน
  1. บริษัทฯ ได้จัดทำคู่มือจรรยาบรรณบริษัทขึ้น เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตและเที่ยงธรรม โดยได้มอบคู่มือจรรยาบรรณบริษัทให้กับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน เพื่อให้ปฏิบัติตามโดยทั่วกัน นอกจากนี้บริษัทฯ ได้จัดอบรมชี้แจงให้พนักงานได้รับทราบทั่วกัน และผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นมีหน้าที่สอดส่องและส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับ บัญชาปฏิบัติตามจรรยาบรรณที่กำหนดและประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี อีกทั้งได้กำหนดเป็นแผนงานของฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลที่ต้องจัดอบรมและติดตามการปฏิบัติดังกล่าวเป็นประจำทุกปี

       โดยในปี 2568 ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล ดำเนินการดังนี้

  • จัดส่งเอกสารคำรับรองเกี่ยวกับจรรยาบรรณบริษัทฯ ให้กับกรรมการทุกท่านทบทวน ลงนามรับทราบ และตกลงว่าจะปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัทฯ เป็นประจำทุกปี ผลการปฏิบัติ : ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลได้ทำการส่งแบบคำรับรองเกี่ยวกับจรรยาบรรณบริษัทฯ ให้กับกรรมการทั้งคณะจำนวน 10 ท่าน โดยกรรมการทั้ง 10 ท่านได้ทบทวน พร้อมลงนามรับทราบและตกลงว่าจะปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัทฯ ครบทุกท่าน (คิดเป็นร้อยละ 100) และในปีที่ผ่านมากรรมการทุกท่านมิได้มีการกระทำหรือมีส่วนร่วมในพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องต่อเจตน์จำนงของจรรยาบรรณบริษัทฯ
  • จัดส่งเอกสารคำรับรองเกี่ยวกับจรรยาบรรณบริษัทฯ ให้กับผู้บริหารและพนักงานทบทวนรับทราบและตกลงว่าจะปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัทฯ เป็นประจำทุกปี ผลการปฏิบัติ : ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลได้ทำการส่งแบบคำรับรองเกี่ยวกับจรรยาบรรณบริษัทฯ ให้กับผู้บริหารและพนักงานทั้งองค์กร โดยการเผยแพร่ผ่านระบบ Intranet และจัดส่ง Link ผ่านทาง Email เพื่อให้ทำแบบประเมินทบทวนทุกปี และพนักงานทั้งหมดทั้งองค์กรได้ทบทวน ลงนามรับทราบ และตกลงว่าจะปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัทฯ ครบแล้วคิดเป็นร้อยละ 100% ของพนักงานทั้งหมด
  • จัดปฐมนิเทศเพื่อสื่อสารให้รับทราบถึงการปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัทฯ ให้กับผู้บริหารและพนักงานที่เข้าใหม่ ผลการปฏิบัติ : ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลจัดปฐมนิเทศเพื่อสื่อสารให้รับทราบถึงการปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัทฯ ให้กับผู้บริหารและพนักงานที่เข้าใหม่ทุกคนคิดเป็นร้อยละ 100
  1. บริษัทฯ มีการกำหนดการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ และคณะกรรมการชุดย่อย ไว้อย่างเป็นทางการล่วงหน้าตลอดปี ไตรมาสละ 1 ครั้ง และมีการประชุมพิเศษเพิ่มตามความจำเป็น โดยมีการกำหนดวาระไว้อย่างชัดเจนและมีวาระพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานเป็นประจำ โดยเลขานุการบริษัทหรือเลขานุการที่ประชุมของแต่ละคณะจะจัดทำหนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระการประชุมและเอกสารประกอบการประชุมส่งให้กรรมการแต่ละท่านล่วงหน้าก่อนการประชุมเป็นเวลา 7 วันเพื่อให้คณะกรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ กรรมการสามารถเสนอความคิดเห็นได้อย่างเป็นอิสระ มีการจดบันทึกการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษรและจัดเก็บรายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองแล้วจากคณะ กรรมการบริษัทฯ เพื่อให้คณะกรรมการและผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้ โดยปกติการประชุมแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง นอกจากนี้บริษัทฯ มีเลขานุการบริษัทและที่ปรึกษาทางกฎหมาย ทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านกฎหมายและเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการ รวมทั้งประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการ
  1. บริษัทฯ มีการกำหนดการประชุมระหว่างกรรมการโดยไม่มีกรรมการบริหาร ผู้บริหาร และ คณะจัดการเข้าร่วม อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยปี 2568 จัดประชุมระหว่างกรรมการโดยไม่มีกรรมการบริหาร ผู้บริหาร และ คณะจัดการเข้าร่วมในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้กรรมการแสดงความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการทำงานของกรรมการบริหารและฝ่ายจัดการ โดยเลขานุการบริษัทเป็นผู้จดบันทึกการประชุมแลจัดเก็บรายงานการประชุม พร้อมทั้งสรุปเด็นที่มีนัยสำคัญจากที่ประชุมแจ้งต่อ คณะกรรมการบริหาร และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทราบ เพื่อได้ดำเนินการหรือตรวจสอบ แล้วนำเสนอผลต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ทราบต่อไป

 
การพัฒนากรรมการ

       บริษัทฯ ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงคุณค่าของบุคลากรทุกระดับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่การทำงานในองค์กร ดังนั้น จึงได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากร และมุ่งส่งเสริมการเจริญเติบโตของพนักงานทุกระดับอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยมีวิธีการพัฒนาบุคลากรด้วยรูปแบบการพัฒนาที่หลากหลาย มีการกำหนดแผนการฝึกอบรมประจำปีที่เหมาะสมให้แก่ กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานในระดับต่างๆ ซึ่งการพัฒนาบุคลากรดังกล่าวนั้น ได้จัดให้มีการอบรมทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อเป็นการส่งเสริมให้บุคลากรมีทักษะ ความรู้ ความสามารถ มีความพร้อมในการที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ รวมทั้งบริษัทฯ ยังได้ให้ความสำคัญในการฝึกอบรมและปลูกฝังให้พนักงานทุกระดับให้มีความตระหนักในเรื่องของการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น โดยถือเป็นนโยบายหลักที่จะต้องดำเนินการและทบทวนให้มีการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง


การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ

       เมื่อสิ้นสุดการดำเนินงานประจำปี คณะกรรมการจะประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ บริษัทฯ เป็นประจำทุกปี โดยอ้างอิงแบบฟอร์มจากตัวอย่างแบบประเมินตนเองของคณะกรรมการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นหลักเกณฑ์ในการประเมินและแจ้งผลการประเมินให้คณะกรรมการบริษัทฯ ทราบ เพื่อร่วมวิเคราะห์ผลการประเมินและพิจารณาหาแนวทาง แนวปฏิบัติสำหรับการพัฒนาศักยภาพการทำงานของคณะกรรมการให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

       หลักเกณฑ์ การประเมินตนเองของคณะกรรมการรายคณะ, การประเมินตนเองของคณะกรรมการชุดย่อยแบบรายคณะ และ การประเมินผลงานกรรมการเป็นรายบุคคล ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ดังนี้

  1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการบริษัทฯ และคณะกรรมการชุดย่อย
  2. การประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ
  3. บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทฯ และคณะกรรมการชุดย่อย
  4. เรื่องอื่นๆ เช่น ความสัมพันธ์กับคณะจัดการ การพัฒนาตนเองของกรรมการบริษัทฯ และ การพัฒนาผู้บริหาร

       วิธีการให้คะแนนและการวิเคราะห์

       ผลการประเมินตนเองของคณะกรรมการรายคณะ, การประเมินตนเองของคณะกรรมการชุดย่อยแบบรายคณะ และ การประเมินผลงานกรรมการเป็นรายบุคคล คิดเป็นร้อยละจากคะแนนเต็มในแต่ละหัวข้อแบ่งออกเป็น ดังนี้ มากกว่าร้อยละ 80 = ดีเยี่ยม, มากกว่าร้อยละ 60 = ดี, มากกว่าร้อยละ 40 = พอใช้, มากกว่าร้อยละ 20 = น้อย และ น้อยกว่าร้อยละ 20= ยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องนั้นๆ

       กระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงาน

  1. เลขานุการบริษัทจัดส่งแบบการประเมินผลการปฏิบัติงานโดยอ้างอิงแบบฟอร์มจากตัวอย่างแบบประเมินตนเองของคณะกรรมการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นหลักเกณฑ์ในการประเมินให้กับกรรมการบริษัทฯ และกรรมการชุดย่อย เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงาน
  2. เมื่อกรรมการแต่ละท่านตอบแบบประเมินผลการปฏิบัติงานแล้ว เลขานุการบริษัทจะรวบรวมคะแนน และสรุปผลการประเมินเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ
  3. คณะกรรมการบริษัทฯ จะร่วมกันพิจารณาและหารือเพื่อนำผลการประเมินไปพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการต่อไป

       โดยในการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 มีการประเมินคณะกรรมการบริษัทฯ ซึ่งสรุปผลการประเมินประจำปี 2568 ได้ดังนี้

  1. การประเมินตนเองของคณะกรรมการรายคณะ

เพื่อใช้ประเมินการทำงานของคณะกรรมการในภาพรวมขององค์คณะ มีหัวข้อที่ใช้ในการประเมิน ได้แก่ โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ, บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะ กรรมการ, การประชุมคณะกรรมการ, การทำหน้าที่ของกรรมการ, ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ และ การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร โดยกระบวนการประเมินให้กรรมการทุกคนเป็นผู้ประเมิน ภาพรวมผลประเมิน 96.33% อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม

  1. การประเมินตนเองของคณะกรรมการชุดย่อยแบบรายคณะ

เพื่อใช้ประเมินการทำงานของคณะกรรมการชุดย่อยที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทฯ ในภาพรวมขององค์คณะ มีหัวข้อที่ใช้ในการประเมิน โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการชุดย่อย, การประชุมคณะกรรมการชุดย่อย, บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการชุดย่อย โดยกระบวนการประเมินให้กรรมการที่ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการชุดย่อยเป็นผู้ประเมิน ภาพรวมผลประเมิน 97.97% อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม

  1. การประเมินผลงานกรรมการเป็นรายบุคคล

เพื่อใช้ประเมินการทำหน้าที่อย่างเหมาะสมของการเป็นกรรมการของกรรมการรายบุคคล มีหัวข้อที่ใช้ในการประเมิน โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ, การประชุมคณะกรรมการชุดย่อย และ บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการอย่างเพียงพอ โดยกระบวนการประเมินให้กรรมการทุกคนเป็นผู้ประเมิน ภาพรวมผลประเมิน 95.69% อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม

การกำกับดูแลบริษัทย่อยและบริษัทร่วม

       การบริหารจัดการและดำเนินธุรกิจของบริษัทย่อยจะดำเนินการภายใต้กรอบนโยบายและรูปแบบบริหารการจัดการในแบบอย่างเดียวกันกับของบริษัทฯ โดยกระบวนการดำเนินการ อำนาจการตัดสินใจ ตลอดจนการพิจารณาอนุมัติเรื่องต่างๆ จะเป็นไปตามขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ ตามคู่มืออำนาจดำเนินการของบริษัทฯ อีกทั้งกรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ บางท่านได้ดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัทย่อยด้วย จึงทำให้กระบวนการบริหารอยู่ในขอบเขตตามแบบของบริษัทฯ อย่างแน่นอน รวมถึงข้อมูลฐานะทางการเงินของบริษัทฯ จะแสดงข้อมูลฐานะทางการเงินของบริษัทย่อยรวมอยู่ด้วย

       การกำกับดูแลและการบริหารจัดการบริษัทย่อยและบริษัทร่วม บริษัทฯ จะพิจารณาแต่งตั้ง บุคคล เพื่อเป็นตัว แทน ของบริษัทฯ เข้าดำรงตำแหน่งในฐานะ กรรมการ ตามสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อย หรือ บริษัทร่วม หรือ ตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงกันตามสัญญา และ/หรือ แต่งตั้ง ผู้บริหาร ตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงกัน

       โดย คณะกรรมการบริษัท หรือ คณะกรรมการบริหาร ของบริษัทฯ จะเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งบุคคลเพื่อเป็นตัว แทนดังกล่าว โดยจะพิจารณาบุคคลที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ที่เหมาะสม ปราศจากผลประโยชน์ขัดแย้งกับธุรกิจของบริษัทย่อย หรือ บริษัทร่วม ที่บริษัทฯ เข้าลงทุน ตลอดจนไม่มีลักษณะต้องห้ามขาดความน่าไว้วาง ใจตามกฎหมาย หรือ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง       

       ทั้งนี้ การบริหารงานในธุรกิจที่บริษัทฯ มีความชำนาญ บริษัทฯ จะส่งบุคคลเพื่อเป็นตัวแทนของบริษัทฯ เข้าดำรงตำแหน่งในฐานะ กรรมการ และ/หรือ ผู้บริหาร เพื่อเข้าร่วมบริหารงาน และรวมถึงกำหนดนโยบายและแนวทาง การบริหารงานให้สอดคล้องกับแผนงานของบริษัทฯ รวมทั้งติดตามและควบคุมการปฏิบัติ งานให้เป็นไปตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้

       การบริหารงานในธุรกิจอื่นที่บริษัทฯ ไม่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจ บริษัทฯ จะส่งบุคคลเพื่อเป็นตัวแทนของบริษัทฯ เข้าดำรงตำแหน่งในฐานะ กรรมการ แทนการเข้าไปบริหารงานโดยตรง

       ทั้งนี้ บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนของบริษัทฯ จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ กรรมการ และ/หรือ ผู้บริหารของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม ด้วยความรับผิดชอบ กำกับดูแลติดตามการดำเนินธุรกิจของ บริษัทย่อยหรือ บริษัทร่วม ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมิให้บุคคลที่เป็นตัวแทนของบริษัทฯ รวมถึง บิดา มารดา พี่น้อง บุตร บุตรบุญธรรม คู่สมรส หรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาของตัวแทนใช้ข้อมูลภายในของบริษัทฯ บริษัทย่อย และ บริษัทร่วม เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น นอกจากเพื่อผลประโยชน์ของบริษัทฯ บริษัทย่อยและบริษัทร่วมเท่านั้น

       ในปี 2568 บริษัทฯ บริษัทย่อย และ บริษัทร่วม ยังคงปฏิบัติภายใต้กรอบนโยบายการกำกับดูแลบริษัทย่อยและบริษัทร่วม


แนวปฏิบัติอื่น ๆ เกี่ยวกับคณะกรรมการ

 แผนสืบทอดตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง

       คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมายให้คณะกรรมการบริหาร พิจารณาจัดทำแผนสืบทอดงาน สำหรับการดำรงตำแหน่งที่สำคัญของผู้บริหารระดับสูงหรือบุคคลที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับพิจารณาดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง พร้อมกับทบทวนแผนดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ สำหรับแนวทางและเกณฑ์การคัดเลือกจะพิจารณาจากความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญที่สอดคล้องกับธุรกิจของบริษัทฯ โดยพิจารณาประเมินผลงานของบุคลากรภายในองค์กรก่อน โดยคัดเลือกบุคคลากรที่มีผลประเมินการทำงานที่ดี เพื่อจัดทำแผนหลักสูตรการอบรมสำหรับเตรียมความพร้อมให้กับบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง โดยฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลจะนำเสนอรายงานความคืบหน้าให้คณะกรรมการบริหารรับทราบและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทฯ ต่อไป โดยในปี 2568 ดำเนินการจัดหลักสูตรอบรมพัฒนาเตรียมความพร้อมให้กับบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งงานตามแผนที่วางไว้

 
การประเมินผลงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

       คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารกำหนดแนวทางในการประเมินผลปฏิบัติงานของ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหารระดับสูงเป็นประจำทุกปี โดยคำนึงถึงหน้าที่ความรับผิดชอบและความเสี่ยงที่เกิดขึ้น โดยมีหลักเกณฑ์การประเมินจากผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่กำหนดเป็นตัวชี้วัดในรูปของดัชนีวัดผล (Key Performance Index : KPI) รวมไปถึงผลการปฏิบัติงาน ภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบตามที่ได้รับมอบหมาย สำหรับกระบวนการประเมินผลงานนั้น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจะต้องวางแผน กำหนดเป้าหมายการดำเนินธุรกิจและผลประกอบการของบริษัทฯ ที่จะใช้เป็นตัวชี้วัดผล และนำเสนอให้กับคณะกรรมการบริหารพิจารณา โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารจะรายงานผลงานและผลประกอบการบริษัทฯ ให้กับคณะกรรมการบริหารทราบเป็นประจำทุกเดือน และนำเสนอรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เป็นรายไตรมาสต่อไป โดยในปี 2568 ผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษทฯ ได้บรรลุตามหลักเกณฑ์และเป้าหมายที่กำหนดไว้


การอบรมพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งงาน (Successor)

       บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างทายาทหรือผู้สืบทอดตำแหน่งงาน (Successor) เพื่อรองรับตำแหน่งงานที่สำคัญที่จะเกษียณ โดยแบ่งเป็นกลุ่มเร่งด่วนที่จะเกษียณอายุงานภาย 3-5 ปี และกลุ่มตำแหน่งงานต่อเนื่อง โดยคัดสรรพนักงานที่มีศักยภาพสูงภายในองค์กร เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรภายในได้มีโอกาสเรียนรู้และเติบโตในระดับหน้าที่การงานไปสู่ตำแหน่งผู้บริหารขององค์กร

       ในปี 2568 บริษัทฯ ยังคงดำเนินโครงการพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งงาน (Successor) อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต่อเนื่องในตำแหน่งงานสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงในการบริหารจัดการองค์กร และเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งในอนาคตอย่างราบรื่น

 
กระบวนการดำเนินงาน

  1. การจัดกลุ่มเป้าหมาย
    • กลุ่มเร่งด่วน (Critical Positions): ตำแหน่งงานที่มีแผนเกษียณอายุใน 3-5 ปี
    • กลุ่มตำแหน่งงานต่อเนื่อง (Sustained Positions): ตำแหน่งที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว
  2. การคัดเลือกและพิจารณาผู้สืบทอด

บริษัทฯ ใช้ 9-Box Grid เป็นเครื่องมือหลักในการประเมินศักยภาพและผลการปฏิบัติงานของพนักงาน โดยแบ่งเกณฑ์ออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่

  • ศักยภาพ (: ความสามารถในการพัฒนาและเติบโตในตำแหน่งสูงขึ้น
  • ผลการปฏิบัติงาน (: ผลสำเร็จในการปฏิบัติงานตามเป้าหมายที่ผ่านมา
  1. การจัดตั้งคณะกรรมการ Career Committee
    เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในกระบวนการพิจารณา บริษัทฯ ได้จัดตั้ง คณะกรรมการ Career Committee ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหลายฝ่าย เพื่อทำหน้าที่:
    • พิจารณาและอนุมัติรายชื่อผู้สืบทอดตำแหน่งงาน
    • ตรวจสอบและกำกับแผนพัฒนารายบุคคล
    • ติดตามผลการพัฒนาของ Successor
  2. การปรับแผนอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ มีการประเมินผลผู้สืบทอดตำแหน่งเป็นประจำทุกไตรมาส โดยคณะกรรมการ Career Committee จะเป็นผู้ตัดสินใจเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มรายชื่อผู้สืบทอดตำแหน่งงาน เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และผลการปฏิบัติงานของแต่ละบุคคล

  1. การพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan: IDP)
    • จัดทำแผนพัฒนาเฉพาะบุคคลสำหรับผู้สืบทอดตำแหน่งงาน โดยครอบคลุมทักษะ ความรู้ และความสามารถที่จำเป็น
    • ใช้การฝึกอบรม การให้คำปรึกษา และโครงการพิเศษเพื่อพัฒนาศักยภาพ

 
การติดตามและรายงานผล

  • บริษัทฯ กำหนดให้มีการประชุมติดตามผลการพัฒนา Successor เป็นประจำทุกไตรมาส
  • รายงานผลการประเมินและความก้าวหน้าถูกนำเสนอคณะกรรมการบริหารอย่างต่อเนื่อง

 
ผลการดำเนินงาน

  • ผู้สืบทอดตำแหน่งงานในกลุ่มเร่งด่วนได้รับการติดตามและปรับแผนพัฒนาตามผลการประเมิน
  • ในกลุ่มตำแหน่งงานต่อเนื่อง มีการเพิ่มรายชื่อผู้สืบทอดใหม่ในบางตำแหน่ง เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์ 9Box Grid และความพร้อมของบุคคล

 
เป้าหมายในอนาคต

       บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนากระบวนการผู้สืบทอดตำแหน่งงานให้เป็นระบบที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงในสายงานบริหารและเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว

        ข้อมูลดังกล่าวนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างความพร้อมและความต่อเนื่องในตำแหน่งงานสำคัญ และสร้างคุณค่าให้กับองค์กรและผู้ถือหุ้นในอนาคต

Successor

ปี 2568

ปี 2567

ระดับแผนก

ระดับฝ่าย

รวม

ระดับแผนก

ระดับฝ่าย

รวม

กลุ่มตำแหน่งงานเร่งด่วน (Critical Positions): ตำแหน่งงานที่มีแผนเกษียณอายุใน 3-5 ปี

 8 คน

 6 คน

14 คน

7 คน

4 คน

11 คน

กลุ่มตำแหน่งงานต่อเนื่อง (Sustained Positions): ตำแหน่งที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว

48 คน

25 คน

73 คน

22 คน

11 คน

33 คน


นโยบายและแนวปฏิบัติ และมาตรการที่เกี่ยวกับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย

ผู้ถือหุ้น

สิทธิของผู้ถือหุ้น 
ในปี 2568 บริษัทฯ มีการประชุมผู้ถือหุ้นทั้งหมด 1 ครั้ง เป็นการประชุมสามัญประจำปี 2568 โดยบริษัทฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้น มีส่วนในการดูแลกิจการและให้ความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินกิจการให้มากขึ้นดังนี้
  1. การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นได้จัดโดยวิธีการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting) ณ ห้องประชุมของบริษัทฯ โดยได้ว่าจ้างผู้ให้บริการระบบการประชุมอิเล็กทรอนิกส์เป็นผู้ดำเนินการในการจัดประชุม เป็นไปตามมาตรฐานการจัดประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าร่วมการประชุมในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พร้อมทั้งได้อำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มทุกรายซึ่งรวมถึงนักลงทุนสถาบันเข้าร่วมประชุมฯ ทุกรูปแบบ และบริษัทฯ ไม่ได้มีการกีดกันไม่ให้ผู้ถือหุ้นสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกัน
  2. เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอเรื่องเพื่อบรรจุเป็นวาระการประชุมและเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทฯ ล่วงหน้า โดยระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 สำหรับการประชุมสามัญประจำปี 2569 โดยแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเว็บไซต์ของบริษัทฯ ก่อนวันประชุม พร้อมทั้งประกาศหลักเกณฑ์และระบุขั้นตอนไว้อย่างชัดเจน
  3. บริษัทฯ ได้จัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมทั้งเอกสารข้อมูลประกอบการประชุม รายงานประจำปี/งบการเงิน รายการเอกสารที่ผู้เข้าประชุมต้องนำมาเพื่อใช้แสดงตัวและหนังสือมอบฉันทะให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าก่อนวันประชุม 7 วันทำการ ทั้งนี้เอกสารประกอบการประชุมที่นำส่งให้กับผู้ถือหุ้นพร้อมกับหนังสือเชิญประชุมนั้น จะมีข้อมูลครบถ้วนเพียงพอให้ผู้ถือหุ้นใช้ประกอบการตัดสินใจลงคะแนนในวาระต่างๆ และบริษัทฯ ได้เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ถือหุ้นโดยให้กรรมการอิสระเป็นผู้รับมอบอำนาจจากผู้ถือหุ้นในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ พร้อมจัดส่งเอกสารและวิธีการลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และคู่มือการประชุมอย่างละเอีย
  4. บริษัทฯ ได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง โดยการได้แนบหนังสือมอบฉันทะแบบ ข. ซึ่งเป็นแบบที่ผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการลงคะแนนเสียงได้เองในแต่ละวาระ ไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สะดวกเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้กรรมการอิสระหรือบุคคลอื่นเข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทน พร้อมทั้งเผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถดาวน์โหลดได้
  5. แจ้งวิธีการลงคะแนนและนับคะแนนก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น โดยผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง
  6. ประธานที่ประชุมได้ดำเนินการประชุมให้เป็นไปตามลำดับระเบียบวาระที่กำหนดไว้ในหนังสือเชิญประชุม และคณะกรรมการยังได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกรายแสดงความคิดเห็นและสามารถถามคำถามในแต่ละวาระการประชุม รวมทั้งให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม และได้บันทึกประเด็นที่สำคัญไว้ในรายงานการประชุมแล้ว
  7. บริษัทฯ ไม่ได้เพิ่มวาระการประชุมหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ โดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า
  8. บริษัทฯ ได้เผยแพร่รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบผลของการประชุมและสามารถตรวจสอบความถูกต้องผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ และเว็บไซต์ของบริษัทฯ ภายใน 14 วัน นับจากวันประชุม


การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน 
บริษัทฯ มีนโยบายที่จะปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้ถือหุ้นรายย่อย และนักลงทุนสถาบัน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริงและยั่งยืนดังนี้

  1. ได้ดำเนินการจัดการประชุมผู้ถือหุ้นโดยการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน โดยมีการอำนวยความสะดวกในการประชุมอย่างเท่าเทียมกัน ให้โอกาสที่เท่าเทียมกันในการถามคำถามต่อที่ประชุมและแสดงความเห็นในแต่ละวาระการประชุม และประธานที่ประชุมจะให้ความสำคัญและตอบข้อซักถามในทุกประเด็น โดยมีการบันทึกการประชุมอย่างถูกต้องครบถ้วน
  2. การประชุมผู้ถือหุ้น ในปี 2568 บริษัทฯ ได้จัดส่งเอกสารเชิญประชุมพร้อมรายงานประจำปี/งบการเงิน และหนังสือมอบฉันทะพร้อมเสนอชื่อกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 คนเป็นทางเลือกในการมอบฉันทะของผู้ถือหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นทุกรายที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ รวมทั้งลงประกาศหนังสือพิมพ์แจ้งกำหนดวัน เวลา และวาระการประชุมก่อนวันประชุมอย่างน้อย 7 วันล่วงหน้า
  3. เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอเรื่องเพื่อบรรจุเป็นวาระการประชุมและเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทฯ ล่วงหน้า โดยระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 สำหรับการประชุมสามัญประจำปี 2569 โดยแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเว็บไซต์ของบริษัทฯ ก่อนวันประชุม พร้อมทั้งประกาศหลักเกณฑ์และระบุขั้นตอนไว้อย่างชัดเจน
  4. เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิในการแต่งตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล
  5. บริษัทฯ ให้สิทธิออกเสียงแก่ผู้ถือหุ้นตามจำนวนหุ้นที่ถืออย่างเท่าเทียมกัน และผู้ถือหุ้นสามารถใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในแต่ละวาระ

 
เจ้าหนี้

       บริษัทฯ มีนโยบายในการปฏิบัติต่อเจ้าหนี้ด้วยความเสมอภาคเป็นธรรมและโปร่งใส โดยยึดมั่นในการปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ อย่างเคร่งครัดดังต่อไปนี้

  1. บริษัทฯ ได้มีการปฏิบัติอย่างเสมอภาคเป็นธรรมและโปร่งใส โดยไม่เอาเปรียบต่อเจ้าหนี้ของบริษัทฯ
  2. ไม่ใช้วิธีการทุจริต หรือปกปิดข้อมูลหรือข้อเท็จจริงสำคัญใดๆ ที่อาจทำให้เจ้าหนี้ได้รับความเสียหาย
  3. ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงของสัญญาต่างๆ ที่ได้ทำไว้กับเจ้าหนี้ทุกประเภทอย่างเคร่งครัด ถูกต้องตรงไปตรงมา โดยเฉพาะเรื่อง เงื่อนไขค้ำประกัน การบริหารเงินทุน และกรณีที่เกิดการผิดนัดชำระหนี้
  4. ชำระคืนเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยให้กับเจ้าหนี้ทุกประเภทอย่างครบถ้วนและตรงตามกำหนดเวลาที่ได้ตกลงไว้

 
       เป้าหมายจำนวนข้อร้องเรียนจากเจ้าหนึ้เป็น “ศูนย์”

       ในปี 2568 บริษัทฯ ไม่ได้รับการร้องเรียนจากเจ้าหนี้

 
       ผลการปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมา

       บริษัทฯ สามารชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้ได้ตามเงื่อนไขและตามระยะเวลาที่กำหนด สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อกำหนดต่างๆ ของสัญญาและพันธทางการเงินอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการชำระคืนเงินต้น ดอกเบี้ย และการดูแลหลักประกันต่างๆ ภายใต้สัญญาที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนไม่ใช้วิธีการที่ไม่สุจริต ปกปิดข้อมูลหรือข้อเท็จจริง อาจจะทำให้เจ้าหนี้เกิดความเสียหาย กรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่บริษัทฯ ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง บริษัทฯ จะรีบทำการแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบล่วงหน้า เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข

 
       ข้อพิพาทด้านการปฏิบัติต่อเจ้าหนี้ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา

       บริษัทฯ ไม่มีข้อพิพาทด้านการปฏิบัติต่อเจ้าหนี้ที่สำคัญในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา


 
แนวปฏิบัติอื่น ๆ เกี่ยวกับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย

 นโยบายการปฏิบัติต่อลูกค้า คู่ค้า ผู้ให้บริการ และคู่แข่ง

       บริษัทฯ มีนโยบายในการปฏิบัติต่อลูกค้า คู่ค้า ผู้ให้บริการ และคู่แข่ง ด้วยความเสมอภาคเป็นธรรมและโปร่งใส โดยยึดมั่นในการปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ อย่างเคร่งครัด ดังต่อไปนี้

  1. บริษัทฯ เชื่อมั่นในระบบการค้า และการแข่งขันแบบเสรี บริษัทฯ จึงถือปฏิบัติต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทางการค้า และดำเนินธุรกิจอย่างเคร่งครัด
  2. บริษัทฯ ไม่ให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เบียดเบียนกัน รวมทั้งการประกอบธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม ไร้จริยธรรม และขัดต่อกฎหมายในทุกรูปแบบ
  3. บริษัทฯ กำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม และนำมาปฏิบัติต่อลูกค้า คู่ค้า ผู้ให้บริการ และคู่แข่งขันทางธุรกิจ บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และมีเหตุผลอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในทุกกรณี

 
       เป้าหมายในปี 2568 จำนวนข้อร้องเรียนจากลูกค้าไม่เกิน 10 เรื่อง

       จากสถิติพบว่ามีการร้องเรียนจากลูกค้าจำนวน 20 เรื่อง ทั้งนี้บริษัทฯ ได้มีการประชุมเพื่อหาข้อบกพร่อง และหาวิธีการแก้ไขป้องกันเพื่อลดจำนวนข้อร้องเรียนของลูกค้า โดยข้อร้องเรียนจำนวน 20 เรื่องทั้งหมดเป็นข้อร้องเรียนผลิตภัณฑ์เสียหาย ซึ่งบริษัทฯ ได้ทำการตรวจสอบและได้ทำการจัดส่งสินค้าใหม่เพื่อทดแทนสินค้าที่เสียหายตามปริมาณที่ได้เกิดความเสียหายจากต้นทางที่บริษัทฯ เป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบ


นโยบายแนวปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ

       บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดำเนินธุรกิจอย่างเปิดเผยโปร่งใส ไม่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม และเพื่อการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสเป็นธรรมและตรวจสอบได้ รวมถึงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านการดำเนินงาน จึงกำหนดนโยบายแนวปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้าง ดังนี้

  1. จัดซื้อจัดจ้างโดยคำนึงถึงความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งในด้านคุณภาพ ราคา และการให้บริการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมุ่งเน้นด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ไม่เอาเปรียบคู่ค้า และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน เปิดเผย และปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของคู่ค้า
  2. จัดซื้อจัดจ้างกับคู่ค้าและผู้ส่งมอบที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ โดยจะต้องไม่ใช้แรงงานที่ขัดต่อกฎหมาย เคารพสิทธิมนุษยชน และปฏิบัติต่อแรงงาน อย่างเป็นธรรม รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
  3. มีโครงสร้างผู้รับผิดชอบ รวมทั้งมีการทบทวน พัฒนากระบวนการ/ระบบบริหารจัดการด้านการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นธรรม
  4. มีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างคุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพประสิทธิผล เป็นธรรม เสมอภาคไม่เลือกปฏิบัติ และตรวจสอบได้ ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมถึงมีการบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในกิจการที่ดี
  5. ติดตาม กำกับ และประเมินความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ และบริการตามเงื่อนไขในสัญญา
  6. มุ่งเน้นความสำคัญในการบริหารคู่ค้า สร้างสัมพันธภาพที่ดี รวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพให้มีการพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

 
       เป้าหมายจำนวนข้อร้องเรียนจากการจัดซื้อจัดจ้างเป็น “ศูนย์”

       ในปี 2568 บริษัทฯ ไม่ได้รับการร้องเรียนจากการจัดซื้อจัดจ้าง

 
       ผลการปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมา

       บริษัทฯ ดำเนินการตามแนวปฏิบัติและเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างที่ได้กำหนดไว้ และไม่ได้รับข้อร้องเรียนจากการจัดซื้อจัดจ้าง

 
       ข้อพิพาทด้านการจัดซื้อจัดจ้างในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา

       บริษัทฯ ไม่มีข้อพิพาทด้านการจัดซื้อจัดจ้างที่สำคัญในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา


 นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

       บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นสิทธิขึ้นพื้นฐานสำคัญในความเป็นส่วนตัวที่ต้องได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 และเพื่อให้การปฏิบัติงานของบริษัทฯ เป็นไปตามหลักการสากลในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 พร้อมทั้งสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

       บริษัทฯ ได้ดำเนินตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างรัดกุม โดยแต่งตั้งผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำหน้าที่ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล การจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้อื่นใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบ

 
       เป้าหมาย

       ไม่ได้รับการฟ้องร้องเรื่องการละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล

 
       ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา

       ได้ดำเนินการจัดอบรมและให้ความรู้กับพนักงานทุกระดับเรื่องนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมทั้งประสานงานกับทุกหน่วยงานเพื่อแสดงเจตจำนงต่อพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ในเรื่องการรักษาสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าบริษัทฯ จะไม่ทำการเปิดเผยข้อมูลของพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจให้กับบุคคลอื่น ทั้งนี้ในกรณีที่บริษัทฯ จะต้องทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องได้รับความยินยอมจากพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ ก่อนทุกกรณี

 
       ข้อพิพาทด้านการละเมิดสิทธิเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา

       บริษัทฯ ไม่มีข้อพิพาทด้านการละเมิดสิทธิเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา

 

 การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์

       การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาผลประโยชน์

       บริษัทฯ มีการดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายในตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยได้กำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในจรรยาบรรณบริษัทฯ (https://www.cpi-th.com/public/upload/ir/files/file-09092024-16595709.pdf) และคู่มือบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน ซึ่งจะมอบให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานเมื่อแรกเข้าทำงาน โดยสรุปนโยบายและแนวปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

  1. บริษัทฯ ได้กำหนดให้กรรมการและผู้บริหาร ลงนามรับทราบถึงประกาศที่เกี่ยวข้องของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่กำหนดให้กรรมการ และผู้บริหาร มีหน้าที่รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ ต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลัก ทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ภายใน 3 วัน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ และให้แจ้งให้เลขานุการบริษัทรับทราบเพื่อจัดทำบันทึกการเปลี่ยนแปลงและสรุปจำนวนหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหารเป็นรายบุคคล เพื่อนำเสนอให้แก่คณะกรรมการบริษัททราบ นอกจากนั้น ยังได้แจ้งบทลงโทษหากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวด้วย
  2. กำหนดให้กรรมการบริษัทฯ และผู้บริหารส่งแบบรายงานการมีส่วนได้เสียให้แก่เลขานุการบริษัททุก 6 เดือน และเลขานุการบริษัทจะต้องส่งสำเนารายงานการมีส่วนได้ส่วนเสียนี้ให้ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงทราบ และกำหนดให้กรรมการและผู้บริหาร มีหน้าที่รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการ กลต. พร้อมทั้งแจ้งให้เลขานุการบริษัททราบเพื่อจัดทำบันทึกการเปลี่ยนแปลงและสรุปจำนวนหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหารเป็นรายบุคคล เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทฯ ทราบ
  3. บริษัทฯ มีข้อกำหนดห้ามนำข้อมูลงบการเงิน หรือข้อมูลอื่นที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทที่ทราบ เปิดเผยแก่บุคคลภายนอกหรือผู้ที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และห้ามทำการซื้อขายหลักทรัพย์ในช่วง 1 เดือน ก่อนที่ข้อมูลงบการเงินหรือข้อมูลอื่นที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท/กลุ่มบริษัทจะเผยแพร่ต่อสาธารณชน และต้องไม่ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทจนกว่าจะพ้นระยะเวลา 24 ชั่วโมง นับแต่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลนั้นสู่สาธารณะทั้งหมดแล้ว การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวถือเป็นการกระทำผิดวินัยของบริษัท หากกรรมการ ผู้บริหารหรือพนักงาน ที่ได้ล่วงรู้ข้อมูลภายในที่สำคัญ คนใดกระทำผิดวินัยจะได้รับโทษตั้งแต่ การตักเตือน การตัดค่าจ้าง การพักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างจนถึงการเลิกจ้าง นอกจากนี้บริษัทฯ กำหนดนโยบายให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงแจ้งต่อคณะกรรมการตรวจสอบเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ อย่างน้อย 1 วันล่วงหน้าก่อนทำการซื้อขาย โดยนำส่งรายละเอียดความประสงค์ที่จะซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ ผ่านเลขานุการบริษัท และเลขานุการบริษัทจะนำส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงเพื่อพิจารณาถึงความเหมาะสมของการซื้อขายนั้นๆ ว่าเป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้หรือไม่

 
       ผลการดำเนินงานเกี่ยวกับการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในและการใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาผลประโยชน์

  • จัดส่งเอกสารคำรับรองเกี่ยวกับจรรยาบรรณบริษัทฯ ซึ่งระบุการกระทำใดๆ อันเป็นการขัดต่อผลประโยชน์ของบริษัทฯ การใช้ข้อมูลภายใน และการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้นให้กับกรรมการทุกท่านทบทวน ลงนามรับทราบ และตกลงว่าจะปฏิบัติตามนโยบาย เป็นประจำทุกปี

ผลการปฏิบัติ : ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลได้ทำการส่งแบบคำรับรองเกี่ยวกับจรรยาบรรณบริษัทฯ ให้กับกรรมการจำนวน 10 ท่าน และกรรมการทั้ง 10 ท่านได้ทบทวน ลงนามรับทราบและตกลงว่าจะปฏิบัติตามนโยบายครบทุกท่าน (คิดเป็นร้อยละ 100) และกรรมการทุกท่านมิได้มีการกระทำหรือมีส่วนร่วมในพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องต่อเจตน์จำนงของจรรยาบรรณบริษัทฯ

  • จัดส่งเอกสารคำรับรองเกี่ยวกับจรรยาบรรณบริษัทฯ ซึ่งระบุการกระทำใดๆ อันเป็นการขัดต่อผลประโยชน์ของบริษัทฯ การใช้ข้อมูลภายใน และการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้น ให้กับผู้บริหารและพนักงานรับทราบเป็นประจำทุกปี

ผลการปฏิบัติ : ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลได้ทำการส่งแบบคำรับรองเกี่ยวกับจรรยาบรรณบริษัทฯ ให้กับผู้บริหารและพนักงานทั้งองค์กร โดยการเผยแพร่ผ่านระบบ Intranet และจัดส่ง Link ผ่านทาง Email เพื่อให้ทำแบบประเมินทบทวนทุกปี และพนักงานทั้งหมดทั้งองค์กรได้ทบทวน ลงนามรับทราบ และตกลงว่าจะปฏิบัติตามนโยบายครบแล้วคิดเป็นร้อยละ 100% ของพนักงานทั้งหมด

  • ฝ่ายงานเลขานุการบริษัททำการแจ้งเป็น Email ไปยังกรรมการและผู้บริหารให้ทราบช่วงระยะเวลา Black Period ล่วงหน้า

ผลการปฏิบัติ : เลขานุการบริษัททำการส่ง Email ให้กับกรรมการและผู้บริหารให้ทราบช่วงระยะเวลา Black Period ล่วงหน้า ก่อนการประชุมพิจารณางบการเงินแต่ละไตรมาส และไม่พบว่ามีกรรมการหรือผู้บริหารมีการซื้อขายหลักทรัพย์ในช่วงเวลาที่บริษัทฯ กำหนดให้งดการซื้อขาย โดยในปี 2568 กรรมการและผู้บริหารมีการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ รวมทั้งสิ้นจำนวน 13 ครั้ง และจากการตรวจสอบพบว่ามีการปฏิบัติตามที่นโยบายของบริษัทฯ กำหนดไว้ถูกต้องครบถ้วน

  • ตรวจสอบกรณีการซื้อขายหุ้นโดยใช้ข้อมูลภายในหรือการนำข้อมูลภายในไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากกรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ

ผลการตรวจสอบ : ไม่มีกรณีดังกล่าว

  • ตรวจสอบกรณีกรรมการบริษัทฯ หรือ ผู้บริหารระดับสูง เข้าข่ายการทำรายการความขัดแย้งทางผลประโยชน์

ผลการตรวจสอบ : ไม่มีกรณีดังกล่าว

  • ตรวจสอบกรณีกรรมการบริษัทฯ หรือ ผู้บริหารระดับสูง เคยเป็นพนักงานหรือหุ้นส่วนของบริษัทสอบบัญชีภายนอกที่บริษัทฯ ใช้บริการอยู่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ผลการตรวจสอบ : ไม่มีกรณีดังกล่าว


การต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน

แนวปฏิบัติการต่อต้านคอร์รัปชั่น

       บริษัทฯ ได้ร่วมลงนามแสดงเจตนารมณ์เป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต โดยประธานกรรมการบริษัทฯ ได้ร่วมให้สัตยาบันเพื่อรับทราบข้อตกลงคำประกาศเจตนารณ์แนวร่วมปฏิบัติ (Collective Action Coalition) ของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ โดยคณะกรรมการบริษัทฯ ได้พิจารณาอนุมัตินโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น Link : https://www.cpi-th.com/th/corporate-governance/5 , นโยบายการคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่พนักงานที่แจ้งข้อมูลหรือให้เบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และจรรยาบรรณบริษัท (Whistle Blower Policy) Link : https://www.cpi-th.com/th/corporate-governance/6 และนโยบายว่าด้วยการรับ การให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด เพื่อประกาศและแจ้งให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกองคร์กรได้รับทราบและปฏิบัติโดยทั่วกัน

        การดำเนินการและการติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายการต่อต้านคอร์รัปชั่นในปี 2568

  • บริษัทฯ จัดฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการและนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน รวมถึงช่องทางแจ้งเบาะแส ข้อร้องเรียนแก่พนักงานใหม่ และทบทวนพร้อมประเมินผลกับพนักงานทุกระดับชั้นของบริษัทฯ และบริษัทย่อย รวมถึงผู้บริหารและกรรมการ โดยผ่านหลักสูตรอบรมประจำปี และเผยแพร่ทาง Intranet ผลการดำเนินการฝึกอบรมและลงนามรับทราบแล้วคิดเป็นร้อยละ 100% ของพนักงานทั้งหมด
  • บริษัทฯ จัดทำสื่อการเรียนรู้หลักสูตรนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และจรรยาบรรณธุรกิจ (E-Learning) เผยแพร่ผ่านช่องทาง Intranet ภายในบริษัทฯ
  • บริษัทฯ ได้จัดส่งเอกสารคำรับรองเกี่ยวกับนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น, นโยบายการคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่พนักงานที่แจ้งข้อมูลหรือให้เบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับและจรรยาบรรณบริษัท (Whistle Blower Policy), นโยบายว่าด้วยการรับ การให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดให้กับกรรมการทุกท่านทบทวน พร้อมลงนามรับทราบและตกลงว่าจะปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว ให้กับกรรมการทั้งคณะจำนวน 10 ท่าน โดยกรรมการทั้ง 10 ท่านได้ทบทวนพร้อมลงนามรับทราบครบทุกท่าน (คิดเป็นร้อยละ 100) และในปีที่ผ่านมากรรมการทุกท่านมิได้มีการกระทำหรือมีส่วนร่วมในพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องต่อเจตน์จำนงของนโยบายดังกล่าว
  • บริษัทฯ ได้จัดส่งเอกสารคำรับรองเกี่ยวกับนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น,นโยบายการคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่พนักงานที่แจ้งข้อมูลหรือให้เบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับและจรรยาบรรณบริษัท (Whistle Blower Policy), นโยบายว่าด้วยการรับ การให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด ให้กับผู้บริหารและพนักงานทุกระดับชั้นของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ผ่านหลักสูตรอบรมประจำปี และเผยแพร่ทาง Intranet โดยผลการดำเนินการฝึกอบรมและลงนามรับทราบแล้วคิดเป็นร้อยละ 100% ของผู้บริหารและพนักงานทั้งหมด
  • บริษัทฯ ทบทวนและปรับปรุงความเสี่ยงด้านการคอร์รัปชัน รวมถึงมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชัน นโยบาย และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้เหมาะสมต่อการดำเนินธุรกิจและสอดคล้องกับความเสี่ยงที่อาจเปลี่ยนไป โดยรายงานต่อคณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและพัฒนาความยั่งยืน คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบริษัทฯ
  • สำนักตรวจสอบภายในสอบทานประเมินผลการปฏิบัติตามมาตรการและนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันตามแผนงานตรวจสอบภายในประจำปี และตรวจสอบข้อร้องเรียนที่ได้รับแจ้งผ่านช่องทางการแจ้งข้อร้องเรียน โดยรายงานผลไปยังฝ่ายบริหาร คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและพัฒนาความยั่งยืน คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบริษัทฯ ซึ่งไม่พบการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามมาตรการและนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันที่กำหนดไว้ และไม่พบข้อเท็จจริงที่ได้รับจากข้อร้องเรียนที่มีนัยสำคัญเกี่ยวเนื่องกับการทุจริตคอร์รัปชันแต่อย่างใด
  • บริษัทฯ ได้รับใบประกาศรับรองการต่ออายุสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC – Thai Private Sector Collective Action Against Corruption) ซึ่งใบรับรองดังกล่าวมีอายุ 3 ปี (เดือนกันยายน 2568 – กันยายน 2571)


การแจ้งเบาะแสและคุ้มครองผู้ร้องเรียน

ระบบการรับข้อร้องเรียน (Whistle Blower)

       เพื่อให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งเบาะแสการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามจรรยาบรรณ ระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน การใช้อำนาจในทางไม่ชอบ การขัดแย้งทางผลประโยชน์ กฎหมาย หรือการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งระบบดังกล่าวช่วยส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมและพัฒนาอย่างยั่งยืนมากขึ้น โดยสามารถแจ้งผ่านช่องการแจ้งข้อร้องเรียนได้ดังนี้

  • ร้องเรียนได้โดยตรงด้วยวาจา หรือลายลักษณ์อักษร
  • ผ่านโทรศัพท์ระบบ CPI Hotline ที่หมายเลข 02-034-0284 ซึ่งเป็นบริการช่องทางการแจ้งข้อมูล/ข้อร้องเรียนที่ดำเนินงานอย่างเป็นอิสระโดยผู้ให้บริการภายนอก ในนามของ “บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)”
  • ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ : https://www.cpi-th.com/th/corporate-governance/6
  • ผ่านทาง E-mail ของประธานกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง : noppornpicha@hotmail.com

 
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการรับแจ้งข้อมูล/เบาะแสเรื่องร้องเรียนอย่างจริงจัง โดยจะเริ่มกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดทันทีที่เป็นไปได้ โดยข้อมูลต่างๆ จะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ และผู้แจ้งข้อมูลไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตน ยกเว้นจะเลือกที่จะเปิดเผยตัวตนเท่านั้น นอกจากนี้ หากผู้แจ้งข้อมูลต้องการรายงานเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ครอบคลุมบริการข้างต้น สามารถแจ้งมายังผู้จัดการสำนักตรวจสอบภายในของบริษัทฯ ได้โดยตรง
ปี 2568 บริษัทฯ ได้ตรวจสอบข้อร้องเรียนที่ได้รับแจ้งผ่านช่องทางการแจ้งข้อร้องเรียน ซึ่งไม่พบว่าเป็นข้อร้องเรียนที่ที่มีนัยสำคัญเกี่ยวเนื่องกับการทุจริตคอร์รัปชัน และได้รายงานผลไปยังคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและพัฒนาความยั่งยืน คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบริษัทฯ ทราบ


การป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาผลประโยชน์

        คณะกรรมการบริษัทฯ ตระหนักดีว่าข้อมูลของบริษัทฯ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงินและที่ไม่ใช่การเงิน ล้วนมีผลต่อกระบวนการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้ที่มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ จึงได้กำชับให้ฝ่ายบริหารดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลที่ครบถ้วน ตรงต่อความเป็นจริง เชื่อถือได้ สม่ำเสมอ และทันเวลา ซึ่งฝ่ายบริหารของบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญและยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด ในส่วนของงานด้านผู้ลงทุนสัมพันธ์นั้น บริษัทฯ ได้มอบหมายให้ Chief Financial Officer ทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สถาบันผู้ลงทุน และประชาชนทั่วไป ซึ่งสามารถติดต่อขอทราบข้อมูลบริษัทฯ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-679-9166 หรือที่ website : www.cpi-th.com หรือที่ e-mail address : info@cpi-th.com

       เป้าหมาย : บริษัทฯ จะทำการเปิดเผยข้อมูลที่ครบถ้วนด้วยความโปร่งใสให้กับผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สถาบันผู้ลงทุน และประชาชนทั่วไป รวมถึงนำส่งรายงานทางการเงินรายไตรมาสและรายงานทางการเงินรายปีตรงต่อเวลา และ ไม่มีกรณีถูกสั่งแก้ไขงบการเงินรายไตรมาสและงบการเงินรายปี อีกทั้งไม่ถูกดำเนินการโดยหน่วยงานกำกับดูแลเนื่องจากไม่ได้ประกาศข้อมูลจากเหตุการณ์สำคัญภายในระยะเวลาที่ทางการกำหนด

       ผลการปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมา โดยในปี 2568

  • บริษัทฯ ไม่มีกรณีการส่งรายงานทางการเงินรายไตรมาสและรายงานทางการเงินรายปีล่าช้า
  • บริษัทฯ ไม่มีกรณีถูกสั่งแก้ไขงบการเงินรายไตรมาสและงบการเงินรายปี
  • บริษัทฯ ไม่ถูกดำเนินการโดยหน่วยงานกำกับดูแลเนื่องจากไม่ได้ประกาศข้อมูลจากเหตุการณ์สำคัญภายในระยะเวลาที่ทางการกำหนด


การให้หรือรับของขวัญ การบันเทิง หรือการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ

นโยบายว่าด้วยการรับ การให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด

 กำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย ต้องปฏิบัติตามนโยบายโดยทั่วกัน ดังนี้

  1. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน สามารถรับ และให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด รวมถึงการเลี้ยง หรือรับเลี้ยงจากบุคคลอื่นได้ในโอกาสต่างๆ ตาม ประเพณี หรือวัฒนธรรม หรือให้กันตามมารยาทที่ปฏิบัติในสังคม โดยการรับ หรือการให้นั้น จะต้องไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเชิงธุรกิจ และการรับหรือการให้ดังกล่าวต้องทำด้วยความโปร่งใส ต้องทำในที่เปิดเผย และสามารถเปิดเผยได้
  2. ของขวัญที่รับ ควรหลีกเลี่ยงของขวัญที่เป็นเงินสดหรือเทียบเท่าเงินสด
  3. บริษัทฯ กำหนดเกณฑ์การรับของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดตามข้อ 1 ดังนี้

3.1 การรับของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดที่มอบให้บริษัทฯ และมีคุณค่าแก่การระลึกถึงเหตุการณ์ที่สำคัญของบริษัทฯ ต้องส่งมอบของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์แก่ผู้บังคับบัญชาพิจารณาทุกกรณี

3.2 การรับของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด ตามข้อ 3.1 ทุกชิ้น/ทุกกรณี (ยกเว้นการรับของขวัญที่มีตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานผู้ให้ เช่น ปฏิทิน สมุด ปากกา ร่ม ภาชนะบรรจุน้ำดื่ม ฯลฯ) ให้นำส่งส่วนกลางตามที่บริษัทฯ กำหนด

  1. ในกรณีที่บุคคลภายนอกเสนอให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดแก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ซึ่งของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์นั้น อยู่ในข่ายที่ต้องได้รับการอนุมัติก่อน แต่หากอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ในขณะนั้น อาจรับไว้ก่อน และดำเนินการแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาโดยทันที ซึ่งผู้รับจะต้องสามารถแสดงเหตุผลอันสมควรในการรับ ส่วนกรณีการรับผลประโยชน์อื่นๆ เช่น การสังสรรค์ เลี้ยงรับรอง จะต้องยืนยันได้ว่า การรับนั้นมิได้มีลักษณะเป็นการใช้จ่ายเงินมากเกินสมควร หรือกระทำบ่อยครั้ง จนทำให้เกิดข้อผูกมัดกับผู้ที่จัดการสังสรรค์ เลี้ยงรับรองนั้น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
  2. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน จะไม่เรียกร้องหรือรับของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดจากลูกค้า คู่ค้า ผู้รับเหมา หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ ไม่ว่ากรณีใดอันอาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความลำเอียง หรือลำบากใจ หรือเป็นการขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทฯ ได้
  3. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน มีหน้าที่รายงานการรับของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด โดยบริษัทฯ จะประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้า คู่ค้า ผู้รับเหมา หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ ทราบถึงนโยบายการรับ การให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอย่างสม่ำเสมอ
  4. ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดที่รับหรือให้ต้องไม่ขัดต่อศีลธรรม และไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย
  5. บริษัทฯ ไม่ได้มีข้อห้ามในการจัดทำของขวัญที่มีตราสัญลักษณ์ของบริษัทฯ ตราบใดที่การให้ของขวัญแก่บุคคลนั้นมีเหตุอันควร และสอดคล้องกับการดำเนินุรกิจ
  6. พึงงดเว้นการให้ของขวัญแก่ผู้บังคับบัญชา หรือรับของขวัญจากผู้ใต้บังคับบัญชา เว้นแต่เป็นการให้ตามจารีตประเพณี

 การใช้และรักษาข้อมูลและทรัพย์สิน

การปฏิบัติต่อข้อมูล และทรัพย์สินของบริษัทฯ

  1. การบันทึก การรายงาน และการเก็บรักษาข้อมูล

 พนักงานทุกคนมีหน้าที่ต้องดำเนินการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของตนอยู่ในสภาพที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน ปลอดภัย และสามารถนำมาใช้อ้างอิง หรือใช้ประโยชน์แก่บริษัทฯ ได้ในทันทีที่ต้องการ ขณะเดียวกัน พนักงานต้องไม่นำข้อมูลนั้นๆ ไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น ในการบันทึก หรือการรายงานข้อมูลดังกล่าวข้างต้น พนักงานต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามระบบ ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่กำหนด

  1. การสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ และการดูแลรักษาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
    1. เครื่องมือ อุปกรณ์ และการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ และได้จัดให้มีไว้เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
    2. พนักงานต้องระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลด้านการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีข้อมูลที่เป็นความลับต้องดำเนินการเข้ารหัสด้วย
    3. พนักงานไม่ควรสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประโยชน์ส่วนตน ควรหลีกเลี่ยงการส่งจดหมายลูกโซ่ หรือการติดต่อสื่อสารในทุกรูปแบบที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของบริษัทฯ และห้ามนำเสนอข้อความ และ/หรือ เนื้อหาซึ่งผิดกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดี
    4. บริษัทฯ ส่งเสริมให้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตเพื่อการดำเนินธุรกิจ และเป็นเครื่องมือแห่งการเรียนรู้โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทฯ
    5. พนักงานต้องหลีกเลี่ยงเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมาย และละเมิดศีลธรรมอันดี และ งดเว้นที่จะเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวต่อผู้อื่น
    6. พนักงานที่ได้รับมอบหมายเท่านั้นมีสิทธิจะเข้าถึงแฟ้มข้อมูลที่ไม่ว่าจะจัดเก็บในรูปแบบของแฟ้มข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออื่นๆ
    7. ห้ามมิให้พนักงานที่ไม่ได้รับมอบหมายเข้าดู ทำซ้ำ เผยแพร่ ลบทิ้ง ทำลาย หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล เปลี่ยนแปลงรหัสผ่าน หรือกระทำการอื่นใดที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ข้อมูล
    8. พนักงานที่มีหน้าที่ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ต้องลงลายมือชื่อรับรองว่าจะไม่นำซอฟต์แวร์ที่ผิดกฎหมายมาใช้งาน


 
การต่อต้านการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

       บริษัทฯ ไม่ให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เบียดเบียนกัน รวมทั้งการประกอบธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม ไร้จริยธรรม และขัดต่อกฎหมายในทุกรูปแบบ บริษัทฯ จะปฏิบัติต่อลูกค้า ผู้ให้บริการ (Supplier) คู่แข่ง และ คู่ค้า ดังนี้

  1. จัดให้มีการแข่งขันอย่างเสรี เต็มกำลัง บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ และสอดคล้องกับกฎหมาย
  2. ปฏิบัติต่อลูกค้า ผู้ให้บริการ (Supplier) คู่แข่ง และ คู่ค้า ทุกรายอย่างเป็นธรรม เสมอภาคเท่าเทียมกัน โดยปราศจากอคติ
  3. นำเสนอสินค้าและบริการอย่างซื่อสัตย์ หลีกเลี่ยงการกระทำที่หลอกลวง
  4. งดเว้นการวิพากย์วิจารณ์สินค้า ผลิตภัณฑ์ และการบริการของคู่แข่งขันทางธุรกิจ โดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ
  5. แจ้งโดยเปิดเผยแก่ผู้ให้บริการ (Supplier) ทุกรายว่า บริษัทฯ จะเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันกันอย่างเสรีและยุติธรรมในการนำเสนอสินค้าและบริการแก่บริษัทฯ และบริษัทฯ จะพิจารณาเลือกใช้สินค้าและบริการ บนพื้นฐานของคุณภาพ ประสิทธิภาพ และค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกัน


 
การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศ

       บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยส่งเสริมการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานและการเข้าถึงข้อมูล บริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยและการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ขึ้น เพื่อให้มีกรอบการกำกับดูแลและบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศที่ดี

       เป้าหมาย

  • ต้องไม่มีพนักงานนำโปรแกรมสำเร็จรูปที่ไม่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์นำมาใช้กับคอมพิวเตอร์ของบริษัทฯ
  • กำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลแต่ละระดับขั้นของพนักงานในการเข้าถึงข้อมูล

 
    ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา

  • ฝ่ายสารสนเทศ มีแผนการตรวจการใช้โปรแกรมในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของพนักงานเป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งได้ติดตั้งระบบการกำหนดการติดตั้งโปรแกรม เมื่อมีการติดตั้งโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ของ
  • บริษัทฯ จะมีระบบการเข้ารหัสอนุญาตในการติดตั้งของเจ้าหน้าที่สารสนเทศทุกครั้งจึงจะสามารถทำการติดตั้งโปรแกรมนั้นได้
  • กำหนดการการเข้าถึงข้อมูล (Access Control) รวมถึงการควบคุมและติดตามตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลตามเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้

 
    ข้อพิพาทด้านความปลอดภัยและการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา

    บริษัทฯ ไม่มีข้อพิพาทด้านความปลอดภัยและการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ที่สำคัญในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา


การส่งเสริมการปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจ

        บริษัทฯ ได้จัดทำคู่มือจรรยาบรรณบริษัทขึ้น เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตและเที่ยงธรรม โดยได้มอบคู่มือจรรยาบรรณบริษัทให้กับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน เพื่อให้ปฏิบัติตามโดยทั่วกัน นอกจากนี้บริษัทฯ ได้จัดอบรมชี้แจงให้พนักงานได้รับทราบทั่วกัน และผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นมีหน้าที่สอดส่องและส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับ บัญชาปฏิบัติตามจรรยาบรรณที่กำหนดและประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี อีกทั้งได้กำหนดเป็นแผนงานของฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลที่ต้องจัดอบรมและติดตามการปฏิบัติดังกล่าวเป็นประจำทุกปี

        โดยในปี 2568 ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล ดำเนินการดังนี้

  • จัดส่งเอกสารคำรับรองเกี่ยวกับจรรยาบรรณบริษัทฯ ให้กับกรรมการทุกท่านทบทวน ลงนามรับทราบ และตกลงว่าจะปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัทฯ เป็นประจำทุกปี

ผลการปฏิบัติ : ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลได้ทำการส่งแบบคำรับรองเกี่ยวกับจรรยาบรรณบริษัทฯ ให้กับกรรมการทั้งคณะจำนวน 10 ท่าน โดยกรรมการทั้ง 10 ท่านได้ทบทวน พร้อมลงนามรับทราบและตกลงว่าจะปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัทฯ ครบทุกท่าน (คิดเป็นร้อยละ 100) และในปีที่ผ่านมากรรมการทุกท่านมิได้มีการกระทำหรือมีส่วนร่วมในพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องต่อเจตน์จำนงของจรรยาบรรณบริษัทฯ

  • จัดส่งเอกสารคำรับรองเกี่ยวกับจรรยาบรรณบริษัทฯ ให้กับผู้บริหารและพนักงานทบทวนรับทราบและตกลงว่าจะปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัทฯ เป็นประจำทุกปี

ผลการปฏิบัติ : ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลได้ทำการส่งแบบคำรับรองเกี่ยวกับจรรยาบรรณบริษัทฯ ให้กับผู้บริหารและพนักงานทั้งองค์กร โดยการเผยแพร่ผ่านระบบ Intranet และจัดส่ง Link ผ่านทาง Email เพื่อให้ทำแบบประเมินทบทวนทุกปี และพนักงานทั้งหมดทั้งองค์กรได้ทบทวน ลงนามรับทราบ และตกลงว่าจะปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัทฯ ครบแล้วคิดเป็นร้อยละ 100% ของพนักงานทั้งหมด

  • จัดปฐมนิเทศเพื่อสื่อสารให้รับทราบถึงการปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัทฯ ให้กับผู้บริหารและพนักงานที่เข้าใหม่

ผลการปฏิบัติ : ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลจัดปฐมนิเทศเพื่อสื่อสารให้รับทราบถึงการปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัทฯ ให้กับผู้บริหารและพนักงานที่เข้าใหม่ทุกคนคิดเป็นร้อยละ 100


การเข้าร่วมเครือข่ายในการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน

เข้าร่วมหรือประกาศเจตนารมณ์เป็นภาคีเครือข่ายในการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน

:

มี

ภาคีเครือข่ายหรือโครงการการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน
ที่บริษัทเข้าร่วมหรือประกาศเจตนารมณ์

:

โครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption: CAC)
สถานะการรับรองเป็นสมาชิกโครงการ CAC : ได้รับการรับรอง