รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน

บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินงานโครงการ CSR (Corporate Social Responsibility) มาอย่างต่อเนื่องภายใต้การพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่การดูแลเอาใจใส่ต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของชุมชน พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือสังคมด้วยความจริงใจ รวมทั้งสามารถดำเนินกิจการร่วมกับชุมชนและได้รับการยอมรับอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานของบริษัทฯ ครอบคลุมทั้งการดำเนินงานทั้งในกระบวนการทางธุรกิจและนอกเหนือกระบวนการดำเนินงานทางธุรกิจเพื่อสร้างดุลยภาพระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและสังคม โดยเริ่มต้นจากภายในองค์กรขยายออกสู่ชุมชนใกล้เคียง ซึ่งพนักงานในบริษัทฯ ต่างได้มีส่วนช่วยเหลือร่วมมือร่วมใจช่วยกันส่งเสริมและจัดทำกิจกรรมต่างๆ ให้โครงการดังกล่าวขับเคลื่อนไปได้

ทั้งนี้ บริษัทฯ เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างศักยภาพโรงงานอุตสาหกรรม มุ่งสู่การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน จัดขึ้นโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้จัดทำมาตรฐานว่าด้วยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Responsibility, Department of Industrial Works : CSR-DIW) ที่ประกอบด้วยมาตรฐานหัวข้อหลัก 7 หัวข้อ คือ
1) การกำกับดูแลองค์กร (Corporate Governance)
2) สิทธิมนุษยชน (Human Rights)
3) การปฏิบัติด้านแรงงาน (Labor Practice)
4) สิ่งแวดล้อม (Environment)
5) การปฏิบัติที่เป็นธรรม (Fair Operating Practice)
6) ผู้บริโภค (Consumers Issue)
7) การมีส่วนร่วมต่อสังคมและชุมชน (Community involvement and Development)
 
โครงการภายในองค์กร
1.โครงการเทคโนโลยีผลิตก๊าซชีวภาพจัดการน้ำเสีย เพื่ออนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ ได้ดำเนินการธุรกิจโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบและโรงกลั่นน้ำมันบริสุทธิ์ เป็นโรงงานอุตสาหกรรมเกษตรที่ครบวงจรโดยดำเนินธุรกิจมากว่า 39 ปี ปัญหาที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจคือการจัดการน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิต โดยอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม มลภาวะด้านสุขอนามัย กลิ่นและแมลงรบกวน ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อชุมชนและการผลิตของบริษัทฯ รวมทั้งปัญหาภาวะโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

บริษัทฯ ได้มีความตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นประโยชน์สูงสุด โดยมุ่งอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ในสภาพดีตลอดไป และเพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม จึงจัดตั้งโครงการ Biogas หรือกระบวนการผลิตก๊าซชีวภาพ เป็นการกำจัดน้ำ เสียโดยใช้ระบบปิด (Anaerobic) เพื่ออนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยนำก๊าซชีวภาพที่ได้จากกระบวนการบำบัดน้ำเสียของโรงงานกลับมาใช้ใหม่เป็นพลังงานทดแทนในกระบวนการผลิตของโรงงาน ซึ่งดำเนินการก่อสร้างระบบเมื่อปี พ.ศ. 2549 และขยายระบบการผลิต Biogas ระยะที่ 2 แล้วเสร็จเมื่อปี 2557 เพื่อรองรับการจัดการน้ำเสียและของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตในปัจจุบันให้มีประสิทธิผลสูงสุด

วัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ
เพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพถังหมักแบบ A+CSTRth (Appropriate + Completely Stirred Tank Reactor, Thailand) และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการจัดการน้ำเสียจากกระบวนการผลิตน้ำมันปาล์ม เพื่อผลิตก๊าซชีวภาพเป็นพลังงานทดแทน ตลอดจนการลดมลภาวะที่เกิดจากน้ำเสียและบำบัดน้ำเสียของโรงงาน โดยมีเป้าหมายงานโครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพจัดการน้ำเสียเพื่อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมดังนี้

1)สร้างระบบก๊าซชีวภาพถังหมกแบบ A+CSTRth, A+HCSRth และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องรองรับน้ำเสียจากกระบวนการผลิตผลปาล์มสดสูงสุดที่ 2,160 ตัน/วัน
2)ผลิตและใช้ประโยชน์จากก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้จำนวนประมาณ 40,000 ลบ.ม./วัน ค่ามีเทน 60% เป็นพลังงานทดแทนเชื้อเพลิงชีวมวล
3)ผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายประมาณ 3.36 Mkh.
4)ผลิตปุ๋ยอินทรีย์แห้งคุณภาพดี ประมาณ 35 ตัน/วัน มีความชื้น 70%-80%rh เพื่อนำ กลับไปใช้เป็นแหล่งธาตุอาหารและปรับปรุงดินในสวนปาล์มของบริษัทฯ
5)ผลิตปุ๋ยน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วประมาณ 600-700 ลบ.ม./วัน เพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ยน้ำเพื่อการเกษตร
6)ส่งน้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดแล้วไปยังสถานีพัฒนาอาหารสัตว์เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป
7)ลดปัญหามลภาวะเรื่องกลิ่นแมลงรบกวนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
 
เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพที่นำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการน้ำเสียโรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม ใช้เทคโนโลยีถังหมักก๊าซชีวภาพแบบ A+CSTRth (Appropriate + Completely Stirred Tank Reactor, Thailand) และ A+UASBth (Upflow Anaerobic Sludge Blanket, Thailand), A+HCSRth (Appropriate + High Concentration Sludge Reactor, Thailand) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีบำ บัดน้ำ เสีบแบบไม่ใช้อากาศ เป็นองค์ประกอบหลักเพื่อใช้ในการหมักย่อยสลายสารอินทรีย์ที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำ เสีย ซึ่งมีความเข้มข้นของสารแขวนลอย และ COD สูง โดยกลุ่มแบคทีเรียที่ไม่ใช้อากาศ จะย่อยสารอินทรีย์ให้สลายและเปลี่ยนรูปกลายเป็นก๊าซชีวภาพ ซึ่งก๊าซชีภาพที่ผลิตได้จะถูกรวบรวมและนำไปใช้ประโยชน์เป็นพลังงานทดแทนเพื่อใช้ในโรงงานต่อไป

น้ำเสียที่ผ่านการหมักย่อยสลายจากถังหมัก A+CSTRth, A+UASBth และ A+HCSRth สามารถลดค่าความสกปรกในรูป COD ประมาณร้อยละ 90 และส่วนของกากตะกอนที่ออกจากถังหมักจะถูกส่งเข้าระบบแยกของแข็งในลานกรองของแข็งกากอินทรีย์ และสามารถนำ ไปใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ ส่วนของน้ำที่ผ่านลานกรองของแข็งจะถูกส่งไปบำ บัดในระบบบำบัดขั้นหลัง ซึ่งเป็นระบบบ่อเปิดเพื่อให้ได้น้ำที่มีคุณภาพเหมาะสมที่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ยน้ำเพื่อการเพาะปลูกต่อไป

ประโยชน์ต่อโรงงาน
1 ลดต้นทุนการผลิตจากการใช้ก๊าซชีวภาพทดแทนน้ำมันเตาและเชื้อเพลิงชีวมวล
2 ลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีจากการใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ และปุ๋ยแห้งทดแทน
3 พนักงานมีคุณภาพชีวิตและมีสุขภาพอนามัยดีขึ้น
4 ลดปัญหามลภาวะเรื่องกลิ่นและแมลงรบกวนที่อาจเป็นพาหะนำโรค
ประโยชน์ต่อชุมชนใกล้เคียง
1 ลดปัญหาเรื่องกลิ่นและแมลงรบกวนระหว่างชุมชนกับโรงงาน
2 คุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตของชุมชนดีขึ้น
3 ลดปัญหาการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม
1 รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมจากการลดมลพิษทางอากาศทางดิน ทางน้ำและลดปัญหาการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
2 ลดการปล่อยก๊าซมีเทนสู่บรรยากาศ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อน โดยนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทน

2.โครงการเดินท่อน้ำเสียที่ผ่านกระบวนการบำบัดแล้วไปสถานีพัฒนาอาหารสัตว์และเกษตรกรหมู่ 2 
บ้านคันธทรัพย์ ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร และเกษตรกรที่อยู่รอบบริเวณสถานประกอบการ

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
1 ส่งน้ำเสียที่ได้ผ่านกระบวนการบำบัดน้ำเสียขั้นสุดท้ายซึ่งมีแร่ธาตุอาหารสูงไปใช้สำหรับรดหญ้าเนเปียร์ในสถานีพัฒนาอาหารสัตว์ชุมพร สำหรับเป็นอาหารสัตว์และเป็นพืชพลังงานทดแทน
2 ส่งน้ำเสียที่ได้ผ่านกระบวนการบำบัดน้ำเสียขั้นสุดท้ายไปยังสวนปาล์มของเกษตรกรที่อยู่รอบบริเวณสถานประกอบการ ซึ่งจะสามารถลดต้นทุนจากการใช้ปุ๋ยเคมีและปัญหาปาล์มขาดแคลนน้ำได้
การดำเนินงานโครงการนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน คือ บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน), สถานีพัฒนาอาหารสัตว์จังหวัดชุมพร และเกษตรกรสวนรอบบริเวณสถานประกอบการ เส้นทางการวางท่อน้ำ ที่ผ่านกระบวนการบำ บัดแล้ว ดำเนินการโดยการวางท่อน้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดแล้ว จากบ่อสุดท้ายหลังผ่านระบบการผลิตก๊าซชีวภาพไปยังสถานีพัฒนาอาหารสัตว์ มีระยะทาง 2.8 กม. มีจุดปล่อยน้ำดังกล่าวเข้าสวนปาล์มของเกษตรกรรอบข้าง เพื่อให้เกษตรกรนำไปรดต้นปาล์มทดแทนปุ๋ย และไปสิ้นสุดที่สถานีพัฒนาอาหารสัตว์โดยจัดเก็บในถังขนาดบรรจุ 25 ลบ.ม. จำนวน 2 ถัง ซึ่งทางสถานีพัฒนาอาหารสัตว์ ใช้น้ำ ดังกล่าวสำหรับรดต้นหญ้าเนเปียร์ซึ่งเป็นพืชอาหารสัตว์ที่มีศักยภาพสูงทั้งในแง่การให้ผลผลิตและมีคุณค่าทางอาหารที่ดีตามที่สัตว์ต้องการ อีกทั้งหญ้าเนเปียร์สามารถนำมาผลิตเป็นพลังงานได้ ซึ่งถือว่าเป็นชีวมวลประเภทหนึ่งเนื่องจากเป็นหญ้าที่มีเยื่อใยและมีความชื้นสูง สามารถนำมาผลิตเป็นพลังงานได้ทั้งการนำไปเผาตรงหลังจากผ่านกระบวนการลดความชื้นแล้วและการนำไปหมักเป็นก๊าซชีวภาพหรือมีเทน

นอกจากนี้ ยังนำน้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดแล้วไปปล่อยลงในแปลงปลูกหญ้าแพงโกล่าในสถานีพัฒนาอาหารสัตว์ ซึ่งหญ้าแพงโกล่านี้ คืออาหารหลักสำหรับโค กระบือ ซึ่งปัจจุบันค่อนข้างหายากและราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากยังไม่มีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ยังคงมีการส่งน้ำ ที่ผ่านกระบวนการบำบัดแล้วไปยังสถานีพัฒนาอาหารสัตว์และมีจุดกระจายน้ำ เข้าสวนปาล์มของเกษตรกรบ้านคันธทรัพย์ หมู่ที่ 2 ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ และเกษตรกรรอบข้างอย่างต่อเนื่องได้รับการตอบรับที่ดีจากชุมชนในด้านการบริหารจัดการน้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดแล้วให้เกิดประโยชน์โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมที่เป็นผลต่อการดำรงชีวิตประจำวันของชุมชน

บริษัทฯ ยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรและอย่างยั่งยืนตลอดไป

3.โครงการศูนย์การเรียนรู้ ปาล์มน้ำ มัน ซีพีไอ (CPI Learning Center )
การที่จะประสบความสำเร็จในการทำสวนปาล์ม เรื่องการจัดการถือว่ามีความสำคัญ ไม่น้อยไปกว่าการเลือกสายพันธุ์ที่ดี บริษัทฯ จึงมุ่งหวังให้เกษตรกรสามารถจัดการสวนปาล์มให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2556 จึงมีโครงการก่อสร้าง “ศูนย์การเรียนรู้ปาล์มน้ำ มันซีพีไอ (CPI Learning Center)” ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางสำหรับให้ความรู้เกี่ยวกับปาล์มน้ำมันอย่างครบวงจร โดยรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ ทั้งจากเอกสารทางวิชาการ งานวิจัยของบริษัทฯ และประสบการณ์จากการทำสวนปาล์มมากว่า 40 ปี ในพื้นที่สวนปาล์มกว่า 20,000 ไร่ โดยศูนย์การเรียนรู้ดังกล่าวตั้งอยู่ใน อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ประกอบด้วยอาคารศูนย์การเรียนรู้ ทางเดินสำหรับการชมปาล์มน้ำ มันสายพันธุ์ต่างๆ และกลุ่มอาคารจัดแสดงนกแสก และจะเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมได้ฟรี โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา

4.โครงการศึกษาการใช้ประโยชน์จากนกแสกเพื่อกำจัดหนูในสวนปาล์ม
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมโดยจัดให้มีโครงการศึกษาการใช้ประโยชน์จากนกแสกเพื่อกำจัดหนูในสวนปาล์มโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสียหายของผลผลิตทะลายปาล์มสด ด้วยการควบคุมประชากรหนูโดยไม่ใช้สารเคมี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนในการใช้สารเคมีและนำไปสู่โครงการต้นแบบให้เกษตรกรหันมาใส่ใจและห่วงใยต่อธรรมชาติมากยิ่งขึ้นและเปิดอบรมให้ผู้สนใจเข้ารับฟังตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา

นกแสก เป็นนกประจำถิ่นของไทยซึ่งมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ เป็นนกกลางคืนที่อาศัยอยู่ใกล้ชุมชน ปกติใช้โพรงไม้ ซอกอาคาร หรือช่องใต้หลังคาเป็นรังวางไข่ กินหนูเป็นอาหาร มีพฤติกรรมล่าเหยื่อในที่โล่ง ทุ่งหญ้า ไร่นาและสวนปาล์มน้ำมัน มีการผสมพันธุ์วางไข่และเลี้ยงลูกในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ เลี้ยงลูก 2 ครอกติดต่อกัน จำนวนไข่รังละ 5-7 ฟอง เพศเมียจะฟักไข่ประมาณ 30 วัน ใช้เวลาฟักใข่ 18 ชั่วโมง/วัน ระยะแม่นกฟักไข่และช่วงที่ลูกยังเล็ก พ่อนกจะออกล่าเหยื่อนำ มาป้อนให้แม่และลูกนกทุกวัน
จากการศึกษาส่วนประกอบของเศษอาหารที่นกแสกสำรอกออกมาในบริเวณรังนก พบว่านกแสกในสวนปาล์มน้ำ มันกินหนูป่ามาเลย์เป็นอาหารเกือบ 100% โดยนกแสกกินหนูเฉลี่ยวันละ 1-2 ตัน หรือประมาณ 350-700 ตัว/ปี ซึ่งหนูจำนวนนี้ถ้าปล่อยให้กัดกินผลปาล์มน้ำมันจะทำความเสียหายต่อผลผลิตปีละ 1.1-2.5 ตัน/ไร่ คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียประมาณ 5,500-12,500 บาท/ไร่/ปี (ราคาทะลายปาล์มสด 5 บาท/กิโลกรัม) ขณะเดียวกันเกษตรกรยังต้องเสียเงินค่าซื้อสารเคมีและจ้างแรงงานวางยากำ จัดหนูทำ ให้มีต้นทุนสูงขึ้นอีก 700-1,400 บาท/ไร่/ปี

กิจกรรมการมีส่วนร่วมต่อชุมชนและสังคมของสำนักงานชุมพร ในปี 2562
  • การประชุมหมู่บ้านในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงทุกเดือนเพื่อรับฟังความคิดเห็นและปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อบริษัทฯจะได้นำ มาพัฒนาปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับชุมชนต่อไป
  • กิจกรรมงานวันเด็กในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง อาทิ บ้านห้วยสัก, บ้านใหม่สมบูรณ์, บ้านคันทรัพย์, บ้านไชยราช,บ้านทรายทอง, บ้านกำ มะเสน, บ้านทรายแก้ว, อบต.สลุย, อบต.เขาไชยราช
  • เก็บขยะชายหาดขยะทะเลที่ตกค้างในระบบนิเวศ ณ บ้านแหลมแท่น อำ เภอปะทิว จังหวัดชุมพร
  • ร่วมงานตลาดนาบุญเป็นการร่วมทำบุญใหญ่ในชุมชนด้วยการจัดอาหารเลี้ยงรับรองพุทธศาสนิกชนที่มาแสวงบุญ ณ วัดพรุตะเคียน ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
  • ร่วมงานวันกตัญญู สืบทอดประเพณีสงกรานต์ 2562 ณ อบต.หงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
  • ร่วมงานวันผู้สูงอายุโครงการลูกหลานห่วงใยสุขภาพผู้สูงวัย 2562 ร่วมกับ อบต.ทรายทอง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • ร่วมกิจกรรมวันผู้สูงอายุ ตำบลพรุตะเคียน ตำบลสลุย ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
  • ร่วมกิจกรรมในวันแรงงานแห่งชาติ “รวมพลังสร้างผืนป่า ห่างไกลยาเสพติด” อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
  • ร่วมกิจกรรม Run for Kids 2019 วิ่งด้วยใจ ให้ความรักเพื่อผู้ป่วยเด็กและครอบครัว โดยมูลนิธิ RMHC ณ สวนลุมพินี จังหวัดกรุงเทพฯ
  • กิจกรรมส่งเสริมและทำนุบำรุงศาสนา อิ่มบุญ อิ่มใจ ร่วมถวายเทียนพรรษา และปรับปรุงที่พักสงฆ์ทุ่งค้อ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
  • ปล่อยพันธุ์ปลา “สร้างคุณค่า คืนสู่ คลองท่าแซะ” ครั้งที่ 1 ณ วัดเนินทอง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
  • โครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร
  • ร่วมกิจกรรมทำบุญในวันแม่แห่งชาติ ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • สนับสนุนการศึกษามอบโต๊ะ เก้าอี้ พร้อมปรับปรุงทาสี ให้กับโรงเรียนบ้านทรายแก้ว อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร
  • ปรับปรุงกันสาดโรงเรียนบ้านสวนทรัพย์ ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
  • ปรับปรุงระบบน้ำดื่มเพื่อสุขภาพที่ดีของชุมชน อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
  • สนับสนุนอุปกรณ์กีฬา เพื่อชมรมกีฬาฟุตบอลเยาวชน ณ อบต.ปากคลอง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • ปล่อยพันธุ์ปลา “สร้างคุณค่า คืนสู่ คลองท่าแซะ” ครั้งที่ 2 ณ วัดหงษ์ปิยาราม อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
  • ร่วมกิจกรรมวิ่งเพื่อการกุศล ชุมพรหนองใหญ่ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 6 เพื่อสมทบทุนซื้อเครื่องตรวจวัดสายตาให้โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ พร้อมสนับสนุนน้ำดื่ม “ลีลา” ออกบูธร่วมกิจกรรม ณ บริเวณโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ จังหวัดชุมพร
  • ร่วมกิจกรรมวิ่งเดินการกุศล Run for Lanta ครั้งที่ 2 เพื่อหารายได้สมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ แก่โรงพยาบาลเกาะลันตา พร้อมสนับสนุนน้ำดื่ม “ลีลา” ออกบูธร่วมกิจกรรม ที่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่